Fiction

[HBD FIC for Heechul] Mission (Im)Possible?

posted on 10 Jul 2009 14:56 by cu2524  in Fiction, Heenim
HAPPY BIRTHDAY FICTION TO THE FLOWER

I WISH YOU THE BEST HAPPY BIRTHDAY

FOR TODAY...TOMORROW...AND FOREVER...

MAY YOU BE THE HAPPIEST FLOWER IN THE WORLD

HAPPY BIRTHDAY

KIM HEECHUL


Title: Mission (Im)Possible?
Talk:
พยายาม จะรั่ว แต่ไม่เคยแต่งฟิครั่วๆ มันเลยออกมาฝืดๆ แต่ยังไงก็สุขสันต์วันเกิดแม่ย่านางที่เคารพรักนะคะ และสุขสันต์วันเกิดทุกคนที่มีวันคล้ายวันเกิดวันนี้ด้วยค่ะ


heenimthailand/Flower (4).gif

“ให้อะไรดีล่ะ?”

“พี่จะให้อะไร?”

“แล้วนายล่ะ?”

“......................”

“ตุ๊กตาเหรอ?”

“หน่อมแน้มไปมั้ง”

“น้ำหอมล่ะ?”

“เขาไม่ค่อยใช้นี่”

“เสื้อ รองเท้า กระเป๋า.....”

“ธรรมดาไปนะ”

“โน่นก็ไม่ได้ นี่ก็ไม่ได้ แล้วจะให้อะไรล่ะ”

“ไม่รู้อ้ะ”

“อะไรดีนะ”


“ทำอะไรกันหนะ? _*_^”

“ก็กำลังจะหา.....เย้ย!!!!”

“พี่ฮีชอล!!!!”

=[]=

ชาย หนุ่ม 6 คนที่กำลังปรึกษาอะไรกันอย่างเคร่งเครียดกระเด้งตัวจากโต๊ะที่ใช้สุมหัวกับ อยู่ทันทีแล้วมายืนเรียงแถวหน้ากระดานโดยอัตโนมัติ

>///<

-_-^

“พวกนายเป็นอะไรกันน่ะ?” คิม ฮีชอลมองท่าทางมีพิรุธของกลุ่มคนที่ยืนตรงหน้าอย่างจับผิด...สุมหัวทำอะไร กันวะพวกนี้...สุมหัวกันทำมิดีมิร้ายคนหน้าตาดีอย่างชั้นรึเปล่า

คนอ่าน: =[]=

คิมฮี: กรุณาอย่าทำหน้าแบบนั้นครับ -_-^ ก็ดูคนที่ยืนอยุ่ตรงหน้าผมแต่ละคนสิ คู่กรณีล้วนๆเลยนะนั่น ไม่ว่าจะเป็น ฮันกยอง เจ้าม้าซีวอน หมีทรา ไอ้เจย์ จองโม หรือเจ้าฮงกิ...ถึงสองคนหลังจะไม่เชิงคู่กรณีเท่าไหร่ แต่ก็ไว้ใจไม่ได้เหมือนกันแหละ

“ว่าไงล่ะ? สุมหัวทำอะไรกันอยู่??” เจ้าแม่คาดคั้นอีกรอบเมื่อเห็นทุกคนยืนหุบปากเงียบ

“เอ่อ.....” ฮงกีเหลือบตามองพี่น้องและผองเพื่อน....พี่น้องครับ ฮงกีขอโทษ......(>/\<)

“ผมมีธุระต้องรีบไป”

ฟิ้วววววววววว.....ไอ้หนุ่มชาวเกาะแน่บด้วยความเร็วที่ไวกว่าแสง

ห้าคนที่เหลือ: O_o

“ฉันต้องรีบไปอัดรายการ”

“ผมต้องไปอัดรายการกะพี่เจย์”

แว่บบบบบบบบ......สองหนุ่มวง TRAX ใช้วิชามารรอดไปได้อีกสอง

สามคนที่เหลือ: >_<

“ชั้น....นัดทาโบลไว้”

ฟ้าววววววววววว...พี่หมีมิทราก็รอดไปกับเขาด้วยอีกคน

สองหนุ่มที่เหลือ: =o=

“ผม....เอ่อ....ผม.....นัดพี่อึนฮยอกไว้ครับ >////<”

ชะแว้บบบบบบบบ.....

แล้วพ่อม้าก็รอดไป......

เพราะฉะนั้น......

“ฮันกยองงงงงงงง......”

=[]=

ซวย.......

“ฉัน....เอ่อ.....ฉัน.....ฉันนัด.....”

“ไม่ทันแล้วไอ้แป๊ะ!!!”

มือเรียวคว้าคอ “ไอ้แป๊ะ” ที่ทำท่าจะเผ่นออกไปอีกคนเอาไว้ทันควัน.....อาป๊า อาม้า ช่วยลูกด้วย....คิมฮีจะฆ่าโผมมมมมมม >///<

“คุณมึงจะหนีคุณกูไปไหนครับ...มานี่เลย...บอกมาซะดีๆว่าเมื่อกี้ซุบซิบอะไรกัน?”

“เอ่อ... คือ.....เอ่อ....” หนุ่มจีนดวงกุดกลอกตาไปมาก่อนกลืนน้ำลายเอื๊อกเมื่อมือเรียวที่ขยุ้มคอ หอยอยู่เกร็งขึ้นเล็กน้อย เล็บยาวเจียนปลายแหลมจิกลงเบาๆที่ลำคอพอให้เสียวเล่น

“ไง?....ซุบซิบอะไรกัน?”

“มะ...มันไม่เกี่ยวกับนายซะหน่อย...” พ่อมังกรที่กลายเป็นลูกไก่ในมือแม่มดพยายามหาทางรอด

“ไม่เกี่ยวแล้วทำไมต้องตกอกตกใจกันตอนชั้นถาม?” ฮันกยองถอนหายใจ ด้วยอาการของคนที่กำลังจะขาดอากาศจากมือที่ขยุ้มคออยู่

ที่ตกใจก็เพราะจริงๆมันเกี่ยวน่ะสิโว้ย >[]<

ก็ไอ้เรื่องที่สุมหัวกันน่ะ ก็คือเรื่องที่เริ่มจากพ่อยอดชายซีวอนมาถามเขาว่า

“เราจะให้อะไรเป็นของขวัญวันเกิดพี่ฮีชอลดีล่ะฮะ?”

หลัง จากการปรึกษากันยาวนานโดยไม่ได้ข้อสรุป ซีวอนก็โทรไปถามมิทรา ที่โทรไปถามเจย์ ที่โทรไปถามจองโม ที่โทรไปถามฮงกี...แล้วทุกคนเลยมารวมหัวกันที่หอพักเพื่อจะถกวาระแห่งชาติใน หัวข้อ “ของขวัญวันเกิดของฮีชอล” จนกระทั่ง “เจ้าของวันเกิด” เข้ามาทำวงแตกนี่ไง

“ก็....เอิ่ม....ก็...ฮงกีมันไม่อยากให้นายรู้อ้ะ”

“ฮงกี?”


heenimthailand/Flower (12).gif
“เฮ้ย...ไรวะ”

“พี่ฮันกยองจะทำอะไรเนี่ย?”

ผู้ รอดชีวิตที่ยืนออกันอยู่หน้าประตูห้องพักทำหน้าเหวอกับสิ่งที่ได้ยิน แต่ไม่ว่าใครจะเหวอยังไง ก็คงไม่เท่า ลี ฮงกี เจ้าของชื่อที่เพิ่งโดนพาดพิงเมื่อครู่

ผมไม่ได้ไม่อยากให้พี่ฮีชอลรู้ครับพี่น้องครับ...พี่จองโมตังหากล่ะว้อยที่กำชับนักหนา

“เราต้องเก็บเรื่องนี้เป็นความลับนะ พี่ฮีชอลจะได้เซอร์ไพรส์ไง”

ก่อน ที่พี่ฮีชอลจะเซอร์ไพรส์ พวกเขาอาจจะต้องเซอร์ไพรส์ก่อนถ้าเปิดประตูกลับเข้าไปแล้วพบว่าเหยื่อใน กำมือเจ้าแม่ของวงกลายเป็นศพไปซะแล้ว - -^

“เฮ้ยๆ ฟังก่อน พี่ฮันกยองจะว่าอะไร เดี๋ยวจะได้รับมุกทัน” จองโมกระซิบก่อนเอาหูแนบประตูอีกครั้ง
heenimthailand/Flower (12).gif



“ฮงกีทำไม?”

“ก็.....เออ....” ฮันกยองทำหน้าลำบากใจ....นั่นสิ ฮงกีทำไมวะ? แล้วตูจะพูดชื่อไอ้หมูชาวเกาะนั่นทำไม...ฮงกีทำอะไรดีวะ....>///<

“ว่า ไง....บอกมาเถอะน่า...ฉันไม่ทำอะไรมันหรอก” ฮีชอลเดาท่าทางอ้ำอึ้งนั้นว่าอีกฝ่ายลำบากใจที่จะขายความลับน้อง...แต่ทำไง ได้ครับผู้อ่าน...คนอย่างคิม ฮีชอล อยากรู้ก็ต้องรู้ให้ได้ วะ ฮ่าๆๆๆๆๆๆ...

“บอกมาเถอะน่า....มีอะไรชั้นช่วยได้น้า~~~~~ ^-^” คนถามตะล่อมเสียงหวาน ที่คนฟังรู้ดีว่าเคลือบยาพิษชัดๆ

แต่เอาวะ...เพื่อความอยู่รอด!!

ฮงกี....เฮียขอโทษละกัน >////<

“ฮะ....ฮงกีมันจะ....ซะ...ซื้อของให้....เอ่อ....ให้.....”

“ให้ใครวะ?....พูดให้มันเร็วๆหน่อยเด้!!!!....อยากรู้เว่ย _*_^ อ้ำๆอึ้งๆอยู่ได้ เดี๋ยวพ่อจับหักคอซะหรอก!! >///<”

แย้กกกกกกก!!!! ไปกินอะไรมาฟระคิม ฮีชอล ทำไมมันดุยังงี้?! TT^TT

“ซื้อให้....สะ..สาวน่ะ”


heenimthailand/Flower (12).gif
“หือ?”

เสียง คนฟังทั้งในห้องและนอกห้องครางขึ้นพร้อมกัน ฮีชอลมองหน้าฮันกยอง ในขณะเดียวกัน สี่หนุ่มที่ยืนออกันอยู่ด้านนอกก็มองหน้าเจ้าของชื่อที่โดนเอ่ยถึงอย่าง พร้อมเพรียง

ฮงกี: =[]=^ ฮงขอทำหน้าแบบนี้อีกร้อยรอบได้มั้ยครับพี่น้อง....เข้าพรรษานี้สงสัยคงทำบุญ น้อยไป เจ้ากรรมนายเวรเลยมาทวงคืน...ฮึก~~~ทำไมซวยงี้ฟระ...ฮืออออออออ.....ฮงอยาก ร้องไห้ TT_TT
heenimthailand/Flower (12).gif


“นาย ว่าอะไรนะ? ฮงกีน่ะเหรอ ซื้อของให้สาว??” ฮีชอลถามย้ำอย่างไม่เชื่อหู ฮันกยองเม้มปาก....ไม่ต้องมองหน้าชั้นแบบนี้....ชั้นมันโกหกไม่เก่ง (เหรอ??) แต่ถึงจะโกหกเก่ง แต่โกหกเรื่องนี้ใครเค้าจะเชื่อ...ต่อให้บอกว่าเป็นเรื่องจริงก็เถอะ

“จริงๆอะที่ว่าฮงกีซื้อของให้สาว? สาวไหน? ซื้อให้ใคร? ทำไม? ยังไง? บอกหน่อยดิ...เล่าๆๆๆๆๆๆๆ อยากรู้ ^-^”

เหอ.....O_o? สรุปว่าเชื่อเรอะ?

“เอ่อ... สาว...ในรายการไง...คือในรายการมันต้องซื้อของขวัญไปนัดเดทสาว มันมาปรึกษาว่าจะซื้ออะไรดี ก็เลย....ช่วยกันคิด” พอโกหกได้ครั้งหนึ่งแล้ว การปั้นเรื่องครั้งต่อไปก็ง่ายขึ้น มุกเลยออกมาไม่ฝืดอย่างครั้งแรก ฮีชอลนิ่งฟังอย่างสนใจ

“โด่ เรื่องแค่เนี้ย?....แล้วทำไมต้องตกใจด้วยตอนฉันถาม”

“ก็....เขาไม่อยากให้นายรู้...กลัวจะโดนล้อไง” คนตอบไปได้คล่องเพราะชักจะหาทางได้ คนฟังทำหน้ายู่

“ชิส์”

ฮันกยองมองหน้าคนเบ้ปากทำท่าแง่งอนก่อนจะตัดสินใจลองเลียบๆเคียงๆถาม

“เออ...ไหนๆ นายก็รู้แล้วนะ...นายอยากได้อะไร....เอ้ย!!” คนพูดหยุดทันควันเมื่อสายตาคมๆจ้องมาอย่างสงสัย ก่อนจะรีบกลบเกลื่อน

“....หมายถึง นายคิดว่าจะเขาจะอยากได้อะไรเป็นของขวัญน่ะ?”

คน ถูกย้อนถามนิ่งคิดอยู่พักใหญ่...อยากได้อะไรเหรอ?...ตอนนี้ก็มี มือถือใหม่...ไอพอด...เกมเพลย์...เดฟตัวใหม่ หรือจะเป็นนาฬิการุ่นล่าสุดก็เจ๋งดีนะ....เฮ้ย!! ไม่ใช่....>///<….ไอ้แป๊ะมันให้หาของที่ผู้หญิงของฮงกีอยากได้ต่างหาก อะไรดีล่ะ??

“ของผู้หญิงๆ ก็พวกกระเป๋า รองเท้าล่ะมั้ง...หรือสร้อย แหวน อะไรเทือกนั้น” ฮีชอลแนะนำส่งๆไป

“แต่จริงๆพาไปกินข้าวก็น่าจะเวิร์คนะ กินข้าวเคล้าแสงเทียน มีดอกไม้สวยๆซักช่อ...โรแมนติกดีออก พวกผู้หญิงชอบอะไรแบบนี้อยู่แล้ว”

“มัน.... ธรรมดาไปนะ...แบบนั้นใครๆเขาก็ทำกัน...ไม่มีแบบ...อะไรที่เค้าจะจดจำไปนานๆ หรือประทับใจว่าเป็นสิ่งพิเศษบ้างเลยเหรอ?” ฮันกยองค่อยๆตะล่อม พยายามจะแตะต่อมสงสัยของฝ่ายตรงข้ามให้น้อยที่สุด ร่างโปร่งบางทิ้งตัวลงบนโซฟาแล้วเงยหน้ามองเพื่อนสนิท

“แบบนั้นก็ ต้องให้มันไปนั่งมองหน้าแม่สาวนั่นแล้วก็ใช้สติปัญญากลั่นออกมาเองแล้วหละ ว่าของอะไรที่จะเหมาะกับเขา หรือบ่งบอกความเป็นตัวตนเค้ามากที่สุด”

“แล้วทำยังไงล่ะ?” คนถามทำหน้าแบ๊วสุดชีวิต ฮีชอลถอนหายใจ บอกเสียงหน่าย

“ก็ลองสังเกตดูสิ ว่าเขาชอบอะไร หรือสนใจเรื่องอะไรอยู่ แล้วก็ซื้อของให้ตรงกับที่เขาสนใจน่ะ”



heenimthailand/Flower (4).gif

“ได้ เรื่องแล้วนะพวกนาย” เหยื่ออุ้งมือมารที่รอดชีวิตมาได้สดๆร้อนๆถึงกับปาดเหงื่อเมื่อออกมากระ ซิบกระซาบกับผองเพื่อนที่ยืนรออยู่หนาประตูที่ตั้งอกตั้งใจฟังโดยพร้อม เพรียงกัน

“ของที่ชอบ...หรืออยู่ในความสนใจ...แล้วก็บ่งบอกความเป็นตัวตนเหรอ?” มิทราพึมพำ

“ยากนะเนี่ย” จองโมโอดครวญเบาๆ คิ้วเข้มขมวดมุ่นอย่างใช้ความคิด

“พี่ฮีชอลสนใจอะไรอยู่ล่ะ?” ฮงกีถาม สายตามองคนอาศัยร่วมชายคาเดียวกันอย่างฮันเกิง และซีวอนที่พร้อมใจกันยักไหล่และส่ายหน้า

“ส่ายหน้านี่ไม่รู้หรืออมวะ...อยู่บ้านเดียวกันแท้ๆเนี่ยนะ _*_” เจย์อดไม่ได้ที่จะกัดเล็กๆ ฮันกยองมองหน้าคนพูดก่อนจะโต้คืนไปบ้าง

“ไม่ได้นั่งสังเกตทุกอิริยาบทนี่หว่า”

“อมอะดิ” เสียงอีกฝ่ายดังมาอีกทำให้คนฟังชักฉุน

“เอ๊ะ! ไอ้นี่”

“เฮ้ย.... พี่” ซีวอนยกมือห้ามทัพก่อนจะบอกเสียงเบา “จะมาเถียงอะไรกันหน้าประตูนี่เล่า เดี๋ยวพี่ฮีชอลเปิดประตูมาก็เสร็จกัน...เราก็ค่อยมาสังเกตเอาละกัน ว่าตอนนี้พี่เค้าชอบทำอะไร หรือสนใจอะไรเป็นพิเศษ แล้วก็ซื้อของพวกนั้นแหละให้เขา”

“นายก็พูดได้ดิ อยู่หอเดียวกันนี่หว่า...แล้วฉัน พี่เจย์ พี่มิทรากะฮงกีอะ จะเอาเวลาที่ไหนไปสังเกต อีกเจ็ดวันก็วันเกิดพี่ฮีชอลแล้วนะเว่ย _-_^” จองโมบอกเสียงเนือย แต่คำตอบที่ได้รับคือซีวอนที่ทำเสียงเนือยและเมื่อยหน้าซะยิ่งกว่า

“ถึง จะอยู่หอเดียวกัน แต่ผมว่าพี่ฮีชอลใช้เวลาอยู่กับพี่และไอ้ฮงมากกว่าพวกเราอีกนะ...ถ้าจะว่า กันจริงๆแล้ว ถ้าเอาเวลาที่เจอหน้าพี่ฮีชอลทั้งอาทิตย์มารวมกัน ยังน้อยกว่าเวลาที่พี่ฮีชอลออกไปข้างนอกกะพวกพี่อีกมั้ง”

“ _*_^”

“แต่ ยังไงเราก็ต้องพยายามหาของขวัญให้พี่ฮีชอลให้ได้” มิทราประกาศเจตนารมณ์แน่วแน่ ไม่ยอมตกเป็นทาสความท้อแท้ คนอื่นๆเมื่อเห็นความมุ่งมั่นของพี่หมีก็ฮึดขึ้นมาบ้าง

“เราต้องหาของขวัญให้พี่ฮีชอลให้ได้”

คำ ประกาศอันแสนจะมุ่งมั่นนั้นทำให้คนที่ยืนเอาหูแนบอยู่หลังประตูยิ้มออกมา อย่างสมใจ...เหอะๆๆๆๆ...ร่วมแรงร่วมใจกันจังนะเจ้าพวกนี้...ปีนี้คิม ฮีชอลคงได้ของขวัญดีๆ เจ๋งๆหลายอย่างแน่ๆ...คึ คึ คึ คึ คึ...


heenimthailand/Flower (3).gif Mission: Day 1 ฮันกยอง

“ทึก กี้~~~ทึกกี้โว้ย...ไอ้ทึก!!!” เสียงเรียกที่ตอนแรกขึ้นต้นด้วยเสียงอ่อนหวาน แล้วก็ลงท้ายด้วยการตะโกนลั่นบ้าน เจ้าของชื่อตะโกนตอบไปด้วยเสียงดังไม่แพ้กัน

“เออ!! ตะโกนหาภรรยาพี่ชายพ่อแกเรอะ มีอะไรก็ว่ามา _*_”

“ป้าชั้นหน้าตาดีกว่าแกเยอะไอ้ทึก” อีกฝ่ายตะโกนสวนกลับมาด้วยความเร็วแสงแล้วก็บอกต่อว่า

“ขอยืมกางเกงหน่อยดิ”

“ห๊ะ?”

“กางเกงว้อย กางเกง....ขอยืมกางเกงหน่อย”

“แล้ว ไอ้ที่แขวนอยู่เต็มตู้เค้าเรียกว่าอะไรวะไอ้ขี้ขอ ทำไมต้องมายืมของคนอื่น” ลีดเดอร์ของวงพยักหน้าไปที่ตู้เสื้อผ้าที่มีกางเกงของคนขี้ขอแขวนเรียงพรืด ไปทั้งตู้ เจ้าของกางเกงทั้งตู้เหลือบตามองกางเกงตัวเองด้วยท่าทางเหมือนปรายตามองแมลง สาบตัวหนึ่งก่อนบอกง่ายๆ

“ใส่ไม่ได้แล้ว”

“ไอ้อ้วน” เจ้าของกางเกงตะโกนด่า พอๆกับอีกฝ่ายหันขวับ

“ไอ้หมา......”

“_*_^”

ตุ่บบบ...

กางเกงสีขาวถูกโยนหวือมาจากห้องนางฟ้า มือเรียวคว้าหมับพร้อมคำตะโกนกลับไป

“ขอบใจ...เอาไว้ว่างๆจะไปซื้อมั่ง”

“ให้มันจริงเหอะ”

คิม ฮีชอลชูกางเกงขาลีบสีขาวขึ้นดูแล้วยิ้มอย่างพอใจก่อนจะเดินกลับไปยังห้องของ ตัวเอง โดยแสร้งทำเป็นไม่สนใจคนที่นั่งมองการกระทำนั้นจากโซฟา

กางเกงสีขาวตัวใหม่...


heenimthailand/Flower (3).gif Mission: Day 2 ฮงกี

“แทมินอา...” เสียงเรียกหวานจ๋อยดังขึ้นในห้องแต่งตัว หนุ่มน้อยที่กำลังก้มหน้าก้มตากับไอพอดเครื่องเล็กในมือเงยหน้าขึ้นมองคนเรียก

“ฮะพี่ฮีชอล?”

“พี่ขอยืมไอพอดนายหน่อยสิ ^^ พอดีของพี่มันเสียน่ะ ยังไม่มีเวลาเอาไปซ่อมเลย”

“ได้ฮะ” คนเป็นน้องปลดหูฟังแล้วส่งอุปกรณ์ชิ้นเล็กในมือให้อย่างว่าง่าย ฮีชอลรับไปแล้วส่งยิ้มหวานจ๋อยมาให้

“ขอบใจนะ^_^”

“ไม่เป็นไรฮะ...ที่จริง พี่น่าจะซื้อเครื่องใหม่ไปเลยนะ มีร้านนึงตอนนี้เค้าแจกคูปองลดราคาด้วยล่ะ”

“เหรอ.... น่าสนใจดีนี่...แต่ไม่รู้พี่จะว่างไปรึเปล่านี่สิ...แต่ก็ขอบใจนะ” มือเรียวเอาหูฟังครอบหูแล้วเลือกเพลงฟังอย่างสบายใจพลางแอบเหล่ใครบางคนลอบ มองมาจากกระจกแต่งตัว

ไอพอดเครื่องใหม่...


heenimthailand/Flower (3).gif Mission: Day 3 มิทรา

“ทำอะไรอยู่วะ?” พี่หมีมิทราถามคนที่กำลังก้มหน้าก้มตาวุ่นอยู่กับอะไรบางอย่าง ฮีชอลเงยหน้าขึ้นมาตามเสียงนั้นก่อนบอกเสียงเนือยๆ

“ซ่อมนาฬิกา”

“ซ่อมนาฬิกา?” คนถามทวนคำอย่างแปลกใจพลางชะโงกหน้าเข้ามาดูใกล้ๆ

“ขอมันหลุดน่ะ” คนพูดพยายามใช้คีมขนาดเล็กคีบตะขอนาฬิกาให้ติดกันอย่างขะมักเขม้น

“ทำไมไม่ส่งร้านซ่อม?” คนถามสงสัยจริงๆ...ก็นิสัยเอาของเสียมาซ่อมใหม่ไม่ใช่นิสัยของคนชื่อคิม ฮีชอลซักนิด ยิ่งซ่อมเองยิ่งแล้วใหญ่

“ขี้เกียจ แค่นี้ซ่อมเองก็ได้”

O_o

แปลก ประหลาดที่สุดครับพี่น้อง...คิม ฮีชอลซ่อมนาฬิกาเอง...แปลกประหลาดยิ่งกว่าเห็นโปเกมอนปล่อยพลังต่อหน้า แปลกยิ่งกว่าเห็นคิม รยออุคเตะผ่าหมากชเว ซีวอน (เกี่ยวไร?? _*_^)

มิ ทรามองดูคนที่ตั้งอกตั้งใจกับการซ่อมนาฬิกาอย่างเหลือเชื่อ...ท่าทางทะมัด ทะแมงดีนะ แต่เครื่องมือไม่ค่อยได้เรื่องเท่าไหร่....แต่ดูๆไปก็สงสารนาฬิกาเหมือนกัน แฮะ ไม่รู้มันจะดี หรือจะเสียหนักกว่าเดิมกันแน่

“ซื้อใหม่น่าจะเวิร์คกว่ามั้ง?”

ตาโตๆเหลือบมองคนพูดแว่บหนึ่ง

“งั้นเหรอ”

นาฬิกาข้อมือเรือนใหม่...


heenimthailand/Flower (3).gif Mission: Day 4 เจย์

“เจ ย์ ดูของร้านนี้กัน” ร่างโปร่งส่งเสียงแจ๋วพร้อมๆกับมือเรียวลากแขนคนเดินด้วยไปยังร้านขาย เครื่องประดับสำหรับสัตว์เลี้ยงตรงหน้า เจย์มองร้านที่โดนลากเข้าไปเป็นครั้งที่สามภายในสี่วันแล้วตั้งข้อสังเกตกับ คนข้างตัว

“นายมาดูของที่นี่หลายครั้งแล้วนะ คราวก่อนก็มาทีนึงแล้ว ไม่เห็นซื้ออะไรเลย”

“ก็ฉันอยากมาดู ของเค้าสวยดี” มือบางหยิบสร้อยคอแมวมาชูให้อีกฝ่ายดู

“สวยออกเห็นมะ”

“อือ...แล้วไงอะ”

“นาย ว่าชั้นจะซื้อให้ฮีบอมซักเส้นดีปะ? แล้วก็ทำของตัวเองด้วยเส้นนึง เอาไว้ใส่คู่กัน” ฮีชอลถามพลางลองทาบสร้อยคอเส้นรูปหัวแมวลงกับคอตัวเองแล้วเงยหน้าขึ้นมองเจ ย์

“ก็ดีนี่ น่ารักดี” คนเป็นเพื่อนพยักหน้า

“เห็นสร้อยแบบ นี้แล้ว อยากได้ของตัวเองซักเส้นจัง....เอาไว้มีสร้อยแบบนี้ของตัวเองก่อน แล้วจะกลับมาซื้อเจ้านี่ให้ฮีบอมมี่ดีกว่า...รอไปก่อนละกันนะฮีบอมมี่”

เจย์มองตามมือเรียวที่วางสร้อยเก็บไว้ที่เดิมด้วยท่าทางอ่อนโยนแล้วก็คิดอะไรขึ้นมาได้

จี้ห้อยคอรูปแมว...


heenimthailand/Flower (3).gif Mission: Day 5 จองโม

“พี่ตามผมมาทำไมเนี่ย?” จองโมถามคนที่นั่งรอเขาอยู่หน้าห้องอัดเสียง ร่างโปร่งเงยหน้าขึ้นยิ้มเมื่อเห็นน้องชายคนสนิทเดินออกมาจากห้อง

“เสร็จแล้วเหรอ?”

“ยัง พี่มาทำไม?” คนถามย้ำสิ่งที่เพิ่งถามไป ฮีชอลยักไหล่ ตอบง่ายๆ

“ไม่มีไรทำ”

เจย์มองหน้าคนพูดอย่างไม่เข้าใจ...ไม่มีอะไรทำถึงกับตามมานั่งรอเขาหน้าห้องอัดก็ยังดีเนี่ยนะ...คิม ฮีชอลบ้าไปแล้ว -_-^

“เล่นเกมดิ” น้องชายเสนอกิจกรรมหลักของพี่ชาย แต่ก็ได้รับคำตอบสั้นๆ ง่ายๆ

“พัง”

“พัง?”

“ใช่ พัง...ชั้นเลยไม่มีอะไรทำ เลยมานั่งรอแกนี่ไง...รีบๆทำงานเข้าล่ะ จะได้ไปกินเหล้ากัน” คนพูดทำท่าเป็นทองไม่รู้ร้อน จองโมมองหน้าพี่ชาย

เกมเพลย์เครื่องใหม่...


heenimthailand/Flower (3).gif Mission: Day 6 ซีวอน

“พี่ว่าหมู่นี้พี่ฮีชอลเค้าหงุดหงิดๆปะ?” ซองมินเดินหน้าตูบเข้ามาถามเพื่อนพ้องที่นั่งเล่นเกมอยู่ในห้องนั่งเล่นรวม

“หงุด หงิดไรวะ เมื่อเช้ายังดีๆอยู่เลย” คังอินถามทั้งๆที่สายตายังจับจ้องอยู่ที่หน้าจอทีวีที่อึนฮยอกกับคยูฮยอน กำลังโรมรันพันตูกันอยู่

“เฮ้ยๆๆๆๆ ซ้ายเว้ย....เดี๋ยวแม่งก็โดนซิวหรอกไอ้คยู” พ่อหมีตะโกนลั่นเมื่อมักเน่น้อยทำท่าจะเสียทางให้กับรุ่นพี่

“รู้แล้วน่าพี่=[]=” คนควบคุมเกมพึมพำเบาๆด้วยน้ำเสียงติดจะรำคาญกองเชียร์หน่อยๆเป็นผลให้โดนบ้องหัวไปหนึ่งที

“รู้แล้วตลอดอะแก...ไอ้ฮยอกมันไล่ขึ้นมาแล้วนะเว้ย....นั่นๆๆๆๆ ระวังดิวะ”

“แกเสร็จชั้นแน่ไอ้มักเน่” อึนฮยอกพูดรอดไรฟัน “มักเน่” กระตุกยิ้มที่มุมปาก

“ฝันไปเหอะพี่ชาย”

=[]=^

“เฮ้ย พี่! สนใจกันหน่อยดิวะ เล่นอยู่นั่นแหละ” ซองมินโวยวายงอนๆเมื่อคำพูดของเขาไม่เป็นที่สนใจของเพื่อนร่วมวง คังอินเหลือบตามองอาการงอนของน้องชายอย่างรำคาญ

“ไรของแกเนี่ย งอนเป็นผู้หญิงไปได้ มีอะไรก็พูดมาดิวะ”

“ก็ไม่มีใครฟังผมอ้ะ”

“เออๆ มีอะไรก็ว่ามา” คนอายุมากที่สุดในที่นั้นต้องยอมหันไปฟังน้องถึงแม้จะไม่อยากทำเท่าไหร่

“ก็พี่ฮีชอลอะ”

“อือ..ว่าไงล่ะ” คนฟังอือออแต่สายตามองคนเล่นเกมเป็นระยะ....คยู แกอย่าแพ้ไอ้ไก่นะเว่ย ชั้นเล่นข้างแกไว้เยอะนะเว่ย....>///<

“ก็พี่ฮีชอลอะดิ ผมเข้าไปถามเรื่องที่จะไปออกรายการด้วยกันอะ ยังไม่ทันอ้าปากว่าอะไรเลย เค้าก็ตวาดไล่ส่งผมมาเฉยเลยอะ _*_^”

“พูดอะไรผิดหูเค้ารึเปล่าพี่ซองมิน” ซีวอนที่กำลังนั่งให้กำลังใจลูกไก่น้อยอยู่ถามขึ้น

“เปล่า นะ เพิ่งจะเริ่มต้นว่า “พี่ฮีชอล ผมขอคุยเรื่องรายการด้วยหน่อยสิฮะ” แบบเรียบร้อย สุภาพสุดๆ เค้าก็ตวาดกลับมาว่า “อย่าเพิ่งมายุ่งกะชั้นได้มั้ย! คนกะลังเหนื่อย ออกไปเลยไป!!!” แบบนี้เลย T_T”

จบคำให้การของเจ้าชายฟักทอง บรรดาลูกพี่ ลูกน้องที่สุมหัวกับเกมตรงหน้าก็เบนมาสนใจท็อปปิคใหม่ทันใด คยูฮยอนกับอึนฮยอกถึงกับยอมหยุดเกมแล้วหันมาร่วมวงด้วย

“โกรธอะไรใครรึเปล่าวะ?” คังอินคาดคะเน

“หรือจะเมโนพอส?” อึนฮยอกเดาบ้าง

=[]=^

“เมโนพอสบ้านแกสิ เค้าเพิ่งจะยี่สิบปลายๆเองนะเว้ย” ชินดงหันไปด่าเพื่อน แต่แล้วก็มานั่งคิด

“หรือจะจริงวะ”

=_=lll

“ใกล้วันเกิดแล้ว อาจจะหงุดหงิดไง” คังอินออกความเห็น

“เพราะรู้ตัวว่าจะแก่ลงอีกปีแล้วนี่เนอะ” ดงเฮสนับสนุนบ้าง

“แล้วจนป่านนี้แล้วยังไม่มีแฟนด้วย” อึนฮยอกเอาด้วยอีกคน

“น่าสงสาร” ซองมินพึมพำบ้าง

คนออกความเห็นนอกห้องไม่รู้และไม่ได้สนใจ หรืออาจจะลืมไปด้วยซ้ำว่าคนที่กำลังนินทาอยู่ในห้องติดกัน

คิม ฮีชอลกัดฟันกรอด........ไอ้เวรเอ๊ยยยยยยยยย คนที่น่าสงสารน่ะพวกแกตังหาก…..>////<…..

เบื่อจะหายใจกันแล้วใช่มั้ย

“ไอ้!!!....”

คนโดนนินทาระยะเผาขนแทบแล่นออกไปจากห้อง....เดี๋ยวพ่อจับหักคอหมดบ้านเลยนี่

“งั้น เพื่อให้พี่ฮีชอลอารมณ์ดีขึ้น เราหาของขวัญดีๆให้เขากันดีมั้ย?”

กึก.

เพราะคำพูดประโยคนี้ของซีวอนแท้ๆที่ห้ามขาเรียวไม่ให้เดินออกไปกระชากไส้เจ้าพวกนั้นซะก่อน

ของขวัญงั้นเหรอ....

“อืม...แล้วจะให้อะไรดีล่ะ?”

“ผมคิดได้แล้ว^0^” เสียงพ่อม้าตะโกนขึ้นอย่างยินดี หลังจากเค้นสมองคิดมาหลายนาที...นี่แหละ ของขวัญที่เหมาะกันคิม ฮีชอลที่สุด

“ต่อไปพี่ฮีชอลจะต้องอารมณ์ดีทุกวันแน่ๆ”

จริงเหรอ?.....

คนยืนฟังอยู่ในห้องตาโตด้วยความตื่นเต้น

ซีวอนจะให้อะไรเขานะ?

คูปองนวดฟรีตลอดปีตลอดชาติ?

^O^


heenimthailand/Flower (3).gif Mission: Day 7 heenimthailand/Flower (3).gif

ชายหนุ่มหกคนนั่งล้อมวงอยู่ในไพรเวทโซนของร้านอาหารสุดหรู ตรงหน้าของทุกคนมีถุงใส่ของขนาดใหญ่บ้างเล็กบ้างครบทุกคน

“พี่ ว่าพี่ฮีชอลจะชอบของขวัญของใครมากที่สุด” ฮงกีถาม มือแตะห่อของขวัญของตัวเองอย่างทะนุถนอม จองโมเหลือบมองน้องเล็กสุดในกลุ่มแล้วชิงพูดขึ้นก่อนใครเพื่อน

“เค้าต้องชอบของชั้นอยู่แล้วเว่ย ไม่เห็นต้องถาม”

“มั่นใจจังนะแก” เจย์แขวะเพื่อนร่วมวง “แต่ชั้นว่าเขาชอบของชั้นมากกว่า เพราะของชิ้นนี้น่ะ เค้าหยิบเองกะมือเลยเว้ย”

“มันก็ไม่แน่หรอก เขาอาจจะชอบของที่แสดงออกถึงความรักความห่วงใยของชั้นก็ได้” ฮันกยองขัดขึ้นมาบ้าง

“เขาต้องชอบของที่ทำให้เขามีความสุขตลอดไปของผม” ซีวอนบอกด้วยความมั่นใจไม่แพ้กัน

“เขาต้องชอบของผมมากกว่า”

“ของชั้นเว่ย”

“ของชั้นต่างหาก”

ชายหนุ่มทั้งหกทุ่มเถียงกันไปมา ก่อนที่ฮงกีจะถามขึ้นอย่างไม่เข้าใจ

“พี่ๆฮะ...นี่เราซื้อของขวัญให้พี่ฮีชอลไม่ใช่เหรอ? ทำไมเราต้องมาเถียงกันยังกับเราซื้อของจีบสาวคนเดียวกันด้วยอะ? -__-^”

=[]=^

“ก็........”

>/////<

“เอาเป็นว่าพรุ่งนี้ก็รู้เองแหละว่าฮีชอลจะชอบของขวัญของใคร” ฮันกยองตัดบททั้งๆที่หน้าแดงแปร๊ด
ไม่ได้ต่างจากเจย์ จองโม ซีวอน หรือแม้แต่มิทราเลยแม้แต่นิดเดียว...

แล้วจะหน้าแดงกันทำไมวะ

=___=|||

 

heenimthailand/Flower (12).gif 10 กรกฎาคม 2009 heenimthailand/Flower (12).gif
วันเกิดของฮีชอล
heenimthailand/6.gif

“Happy Birthday to You! Happy Birthday to You!...Happy Birthday, Happy Birthday…Happy Birthday to YOU~~~~ ^u^”

เสียง ร้องเพลงอวยพรวันเกิดดังลั่นหอพัก เค้กวันเกิดก้อนโตถูกยกออกมาจากครัวโดยลีดเดอร์ของวงเพื่อมอบให้กับเจ้าของ วันเกิดที่ยืนยิ้มแก้มแทบแตกอยู่ที่โต๊ะ

“^o^”

“สุขสันต์วันเกิด คิม ฮีชอล....แก่ขึ้นอีกปีแล้วน้า...” สุนทรพจน์ประโยคแรกจากหัวหน้าวงทำให้คนฟังหน้าหุบ

“ไอ้....._*_^” เจ้าของงานเตรียมอ้าปากด่า แต่ประธานจัดงานยกมือห้าม

“ขอ ชั้นพูดจบก่อนแล้วค่อยด่า...ขอบคุณที่นายเกิดมาบนโลกใบนี้....ขอบคุณที่นาย เป็นสมาชิกของซูเปอร์จูเนียร์...และขอบคุณที่นายเป็นเพื่อนฉันด้วยนะฮีชอล”

สุนทรพจน์สะกดใจของหัวหน้าวงทำให้ปากบางๆที่เตรียมปั้นคำด่าต้องแปรเป็นคำขอบคุณแทน

“ขอบใจ...ทึกกี้...แล้วก็ทุกคนด้วย”

“มีความสุขมากๆนะ”

“สุขภาพแข็งแรงนะพี่”

“คิดอะไรขอให้สมหวังทุกอย่างเลย”

“แล้วก็มีแฟนได้แล้วน้า~~~~^-^”

“เป่า เทียนเลย~~~~” เสียงสมาชิกร่วมวง รวมทั้งแขกกิติมศักดิ์คนอื่นๆเร่งเจ้าของงาน สายตาสิบกว่าคู่จ้องเป๋งที่ขนมเค้กหน้าครีมฟูฟ่องประดับด้วยผลไม้เคลือบ ชอคโกแลต

รีบเป่า จะได้รีบกินว่างั้น

-___-^

คิม ฮีชอลหลับตาลง ริมฝีปากบางขมุบขมิบกล่าวคำอธิษฐานอะไรบางอย่างในใจก่อนจะก้มลงเป่าเทียน

ฟู่~~~~~~~

@^_________________^@


“เอาละ ทีนี้ก็มาถึงของขวัญ....”

อา.... นี่แหละช่วงเวลาที่รอคอย ^o^ คิม ฮีชอลไม่ได้งกนะครับ >///< แต่ในงานวันเกิด ทุกคนก็รอคอยที่จะแกะของขวัญกันทั้งนั้น....จะมีอะไรบ้างน้า....ตื่นเต้นจัง คึ คึ คึ คึ คึ ^_^

^______________________________^



^____________________^



^_______________^



^_________^



^____^



-__-



_*_



=[]=^


คิม ฮีชอล: “คู่มือลดน้ำหนักภายในหนึ่งเดือน”

ฮัน กยอง: ก็วันก่อนนายบอกว่าใส่กางเกงในตู้ไม่ได้แล้ว....ฉันเลยซื้อไอ้นี่มาให้นาย ...นายจะได้กลับไปใส่กางเกงพวกนั้นได้ ไม่ต้องยืมกางเกงพี่จองซูไง ^-^

คิม ฮีชอล: _*_^ .... คูปองลดราคาไอพอด?

ลี ฮงกี: ก็เผื่อพี่จะอยากไปซื้อไอพอดใหม่ร้านนั้นไง เป็น Gift Voucher สำหรับคนที่เกิดเดือนนี้โดยเฉพาะ ลดตั้งเจ็ดสิบเปอร์เซนต์เลยนะ ^__^

คิม ฮีชอล: =[]= ...อุปกรณ์ช่างสารพัดนึก??

มิ ทรา: ก็เห็นนายนั่งซ่อมนาฬิกาอยู่วันนั้น...เครื่องมือมันไม่ค่อยได้เรื่องนะ เลยไปซื้อชุดนี่มาให้ คนขายเค้าบอกว่าซ่อมได้ทุกอย่างตั้งกะสากกะเบือยันเรือไททานิคเลยนะเว่ย ^_^

คิม ฮีชอล: ........(พูดไม่ออกไป 10 วิ.).......เอิ่ม...สร้อยคอแมว?....

เจ ย์ คิม: ฉันเห็นนายเอาแต่ดูสร้อยของฮีบอมที่ร้านนี้อยู่ได้ ก็เลยซื้อมาให้ซะเลย นายจะได้เอาไปให้ฮีบอมใส่ไง..น่าอิจฉาฮีบอมนะ มีเจ้านายที่น่ารักอย่างนายน่ะ

ฮีบอมมี่: ^0^ สร้อยคอของผมมมมมมม....

ฮีชอลลี่: _*_^

ฮีบอมมี่: T^T เห็นหน้าฮยองแล้วไม่อยากได้แล้วอ้ะ....

คิม ฮีชอล: “108 วิธีการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์”

คิม จองโม: พี่จะได้มีอะไรทำตอนว่างๆไง เล่นเกมมากๆไม่ดีหรอกนะ

คิม ฮีชอล: (คิมฮีอยากร้องไห้ได้มั้ยครับคนอ่าน ฮือ~~~~~~~ทำไมคนพวกนี้รักกูจ๊างงงงงงงงงงงงงงง...ซึ้งใจเหลือเกิ๊นนนนนนนนน TT^TT)....

สุดท้าย.....

“หนะ หนังสือฝึกจิต วิปัสสนา?....”

ดวง ตากลมโตจ้องมองซีวอนด้วยแววตาของคนหัวใจสลาย....ชเว ซีวอน ความหวังเดียว ความหวังสุดท้ายของคิม ฮีชอล....หนังสือฝึกจิต วิปัสสนาเนี่ยนะ???

ชเว ซีวอน: ช่วงนี้พี่ดูหงุดหงิดบ่อยนะครับ...ผมจะชวนพี่ไปโบสถ์ พี่ก็ไม่ไปกับผม ผมเลยเลือกหนังสือนี่มาให้เผื่อพี่จะอยากทำสมาธิแบบพุทธดูบ้าง ทำแล้วจิตใจจะได้สงบ สบาย อารมณ์เย็นขึ้น ^_^

“พะ พวกนาย... =.=|||”

“เรา พยายามเลือกของที่เข้ากับพี่ที่สุดเลยนะ ตามที่พี่เคยบอกไง.... “ซื้อของให้ตรงกับความสนใจของคนคนนั้น” พี่ชอบมั้ยครับ?” ฮงกียิ้มตาใส...แน่นอนว่าไอ้หมอนี่ไม่ได้เตรียมใจเผื่อไว้สำหรับคำปฏิเสธของ เขาแน่ๆ

คิม ฮีชอลอยากร้องไห้ TT-TT

กางเกงใหม่ ไอพอด นาฬิกา จี้ห้อยคอ เกมเพลย์ คูปองนวดฟรี.....

ฝัน สลาย

แล้วเขาจะลงทุนสร้างเรื่องพวกนั้นไปทำไมกัน (วะ) _*_^

>///////<

“ตายซะเหอะมึ้งงงงงงงงงงงงงงงงงงงง!!!!!!!”

“แว้กกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!!!!!!!!!!!!!!!!!”

TToTT

.

.

.

.

.

.

“ของขวัญไม่ถูกใจเหรอฮีชอล?” เสียงถามดังมาจากหน้าประตูห้องนอน คนที่นั่งจมกองของขวัญอยู่เงยหน้าขึ้นมองเจ้าของเสียง

“ทึกกี้”

ลีดเดอร์ของวงก้าวเข้ามานั่งลงบนเตียงลายดอกไม้สีสด มือเรียวหยิบบรรดาของขวัญขึ้นมาพลิกดูพลางหัวเราะขบขัน

“น่า รักดีนี่หว่า...สร้อยคอแมว ฮีบอมคงชอบนะเนี่ย...คูปองร้านไอพอด ลดเยอะซะด้วย หึ หึ หึ หึ พวกนี้เข้าใจหาของให้นายนะ^u^” ฮีชอลถลึงตามองคนพูดอย่างเข่นเขี้ยว แต่ไม่นานก็ต้องหัวเราะเมื่อมองดูของที่กองอยู่รอบตัว

“หึ หึ...นั่นสิเนอะ...เข้าใจคิดจริงๆ”

“ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆ”

เสียงหัวเราะของผู้อาวุโสที่สุดของวงหัวเราะขึ้นพร้อมกัน

“เฮ้อ........การหาของขวัญที่ถูกใจคนรับนี่มันยากจริงๆนะ” อีทึกเปรยขึ้นพลางตะแคงหน้ามองเพื่อนยิ้มๆ ฮีชอลยักไหล่

“แต่ปีนี้ ชั้นก็ได้ของขวัญที่ถูกใจนะ”

“งั้นเหรอ?” คนฟังเลิกคิ้ว “อะไรล่ะ?”

“พวกนายไง” เจ้าของวันเกิดยิ้มเมื่อเห็นสีหน้างงงวยของเพื่อน

“มิทรา เจย์ จองโม ฮงกี แล้วก็พวกนายทุกคน เป็นของขวัญวันเกิดของฉันในปีนี้ ”

“ขอบคุณที่อยู่ด้วยกันนะ”

^________________^

.

.

.

.

ใช่

พวกเราจะอยู่ด้วยกัน

ในปีนี้

และปีต่อๆไป

ขอให้พวกเราเป็นของขวัญวันเกิดปีนี้ และปีต่อๆไปให้กับทุกๆคน




สุขสันต์วันเกิดทุกคนที่เกิดวันนี้ค่ะ


@^_________^@

[SF] Falling Angel, HBD FICTION for LeeTeuk

posted on 01 Jul 2009 12:18 by cu2524  in Fiction
heenimthailand/Flower (3).gif FALLING ANGEL heenimthailand/Flower (3).gif


HAPPY BIRTHDAY FICTION FOR PARK JUNGSOO


I WISH YOU THE BEST WISHES AND MAY YOU BE THE HAPPIEST ANGEL ON EARTH


....BE BLESSED BY THE BEST AND MOST POWERFULL BLESSING....
 


กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในสมัยที่เทพเจ้าได้รับความเคารพ และอาณาจักรแห่งสรวงสวรรค์เป็นศูนย์กลางของจักรวาล

ร่างสูงโปร่งของเทพบุตรรูปงามในชุดขาวยืนอยู่ ณ ริมขอบผาสูง ดวงตาเรียวกว้างทอดมองผืนปฐพีด้านล่างที่มีเมฆหมอกบางๆกั้น

ดินแดนแห่งโลกมนุษย์

“ชอนซา.....”

เสียงทรงอำนาจดังขึ้นเบื้องหลัง เทพบุตรในชุดขาวหันหน้าไปทางต้นเสียงนั้นก่อนค้อมตัวทำความเคารพอย่างนอบน้อม

“ฮวาอิน”

เทพเจ้า ผู้มีอำนาจสูงสุดบนสรวงสวรรค์เพ่งมองเทพบุตรผู้ดูแลความเรียบร้อยของสวรรค์ อยู่อึดใจหนึ่งก่อนเอ่ยถามด้วยเสียงเรียบๆแต่ทรงอำนาจ

“ดูอะไรอยู่หรือชอนซา”

‘ชอนซา’ มองผู้ตั้งคำถามก่อนจะมองลงไปยังพื้นพิภพเบื้องล่างก่อนกล่าวเสียงอ่อนโยนที่ระคนแววกังวลปนเศร้า

“ข้า ได้ยินเสียง....เสียงจากเบื้องล่างนั่นบ่งบอกว่าผู้คนกำลังไม่มีความสุข” คำตอบนั้นทำให้ผู้ถามเลิกคิ้วเล็กน้อย บุรุษในชุดขาวจึงก้มหน้าด้วยรู้การควรไม่ควร

“นั่นอยู่นอกเหนือหน้าที่ของเจ้า...ชอนซา” เสียงผู้ทรงอำนาจมีแววตำหนิแต่ก็แฝงด้วยความเอ็นดู

“ข้า ทราบ....เพียงแต่...” เทพบุตรหนุ่มพึมพำแผ่วเบา ยังคงอดไม่ได้ที่จะเหลือบสายตาลงไปยังดินแดนเบื้องล่าง ฮวาอินมองกิริยาของผู้อยู่ตรงหน้าชั่วครู่ก่อนจะหยั่งเชิง

“เจ้าเป็นห่วงมนุษย์เหล่านั้น?”

ความเงียบและการก้มหน้าคือคำตอบ

“ข้าอยากให้พวกเขามีความสุข” เสียงกังวาลใสของเทพบุตรกล่าวต่อไป

“แล้วเจ้าจะช่วยพวกเขาได้อย่างไร?...จากที่นี่?”

“ข้า ไม่ทราบ...ข้าเฝ้ามองผู้คนที่ยิ้มน้อยลง หัวเราะน้อยลง เต้นรำน้อยลง และร้องเพลงน้อยลงทุกวันๆ ข้าปรารถนาเพียงหากข้าจะช่วยพวกเขาได้แม้สักนิดก็คงจะดี” ผู้ทรงอำนาจสูงสุดบนสรวงสวรรค์ยิ้มนิดๆเมื่อถามว่า

“ถ้าเจ้าช่วยเขาได้ เจ้าจะช่วยไหมล่ะ?”

ดวงตาในกรอบตาเรียวกว้างมีแววกระตือรือร้นและเปี่ยมไปด้วยความยินดี ริมฝีปากบางได้รูปสวยแย้มออกเป็นรอยยิ้มกระจ่างสวย

เมื่อชอนซายินดีและแย้มยิ้ม บรรยากาศรอบๆก็พลันสว่างไสว ดอกไม้แห่งสวนสวรรค์ต่างแย้มดอกบานทีละน้อย

นี่คือคุณสมบัติพิเศษของชอนซา

ชอนซา....เทวบุตร

เทวดาผู้มอบความสุขและความรื่นเริงให้กับอาณาจักรแห่งสวรรค์

“หาก เจ้าต้องการช่วยพวกเขา ข้าก็จะให้เจ้าทำอย่างที่ต้องการ...แต่มีข้อแม้...” ฮวาอินหยุดชั่วครู่เพื่อสังเกตปฏิกิริยาของคู่สนทนาเมื่อเห็นอีกฝ่ายยังคง นิ่งฟังด้วยความกระตือรือร้นแม้จะได้ยินคำว่า “ข้อแม้” ก็กล่าวต่อไป

“เจ้าจะต้องช่วยพวกเขาด้วย “ตัวของเจ้าเอง” ไม่มีการใช้อำนาจหรืออิทธิฤทธิ์ที่เจ้ามี...”

ชอนซาเงยหน้ามองผู้พูดด้วยสายตาแสดงคำถาม

“หมายความว่า....?”

“เจ้าจะต้องลงไปช่วยพวกเขาด้วยตัวของเจ้าเอง...ที่สำคัญ...” สายตาของผู้ทรงอำนาจสูงสุดมองสบดวงตาเรียวกว้างแน่วนิ่ง

“นำรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของคนเหล่านั้นกลับคืนมาให้ได้นะชอนซา”

 

 

 

 

1 กรกฏาคม 1983

โซล, เขตอึนพยอง, ยอนชิแน

ความวุ่นวายโกลาหลเกินขึ้นในบ้านหลังเล็กๆ เมื่อสะใภ้ของตระกูลปาร์คกำลังจะให้กำเนิดทายาทคนสำคัญ

“ใกล้ รึยัง....จวนรึยังละหือ?” เสียงสั่นๆของหญิงชราที่รอคอยอยู่หน้าห้องนอนอย่างกระวนกระวายถามซ้ำแล้วซ้ำ เล่าทั้งๆที่รู้ดีว่าไม่มีใครสามารถให้คำตอบได้นอกจากคนในห้องเท่านั้น มือเหี่ยวย่นลูบกำข้อมือเล็กของหลานสาวตัวจ้อยที่เงยหน้ามอง “คุณย่า” งงๆ

“จุน ย่าลออารายค้า...???” เสียงอ้อแอ้ถามผู้อาวุโส ดวงตาใสแจ๋วมองความวุ่นวายของคนทั้งบ้านอย่างไม่เข้าใจอะไรทั้งสิ้นนอกจาก ความตื่นเต้นที่วันนี้บ้านดูคึกคักเป็นพิเศษ หญิงชราลูบผมอ่อนสลวยของหลานสาวอย่างเอ็นดูก่อนบอกด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น

“รอ น้องเจ้าไงล่ะ...อีกเดี๋ยวน้องก็จะออกมาแล้วนะ” หนูน้อยเอียงคอมองคุณย่า ริมฝีปากแดงย้อยอ้านิดๆ ดวงตากลมโตเป็นประกายราวกับเข้าใจคำพูดนั้น เสียงเล็ก ใสแจ๋วทวนคำซ้ำไปมา

“น้องเหรอ? น้อง! น้อง! น้อง! น้อง! เย้!!! ^o^” ท้ายประโยคส่งเสียงออกมาดังลั่นพร้อมๆกับเสียงร้อง “แอ๊....” ดังมาจากในห้อง ผู้เป็นย่าผลักประตูเข้าไปทันที

“ไหน....หลานฉัน...ผู้หญิงหรือผู้ชายกันหล่ะ?”

หญิง สาวหน้าตาสวยสดที่ตอนนี้ยังอยู่ในอาการเพลีย ใบหน้าหมดจดชื้นไปด้วยเหงื่อยิ้มให้กับคนที่เพิ่งเข้ามา มือบางวาดออกไปข้างตัวเพื่อแตะทารกน้อยที่ดิ้นขลุกขลักอยู่ในห่อผ้า ริมฝีปากบางสวยที่แย้มยิ้มสั่นเล็กน้อย หยาดน้ำตาแห่งความชื่นชมยินดีไหลจากดวงตาคู่สวย

“ลูกชายค่ะ”

หญิง ชราค่อยๆช้อนห่อผ้าขึ้นมาอย่างทะนุถนอม ทารกร่างจ้ำม่ำตัวแดงที่บ่งบอกว่าจะกลายเป็นคนผิวขาวจัดในวันข้างหน้ายังคง หลับตาบิดตัวอยู่ในห่อผ้า คุณย่าพิจารณาใบหน้าเล็กจ้อยอย่างชื่นชม

“ยินดีต้อนรับ...ปาร์ค จองซู...”



 

ปี 2009
หอพักของซูเปอร์จูเนียร์


นานจัง....


นานแค่ไหนแล้วนะที่เขามาอยู่ที่นี่?...


แล้วอีกนานแค่ไหนกว่าเขาจะได้กลับไปยังที่ที่เขาจากมา?...


...เจ้าจะต้องช่วยพวกเขาด้วยตัวของเจ้าเอง...


เสียงทรงอำนาจยังคงก้องอยู่ในหัว เสียงที่คุ้นเคย...แสงสีขาวที่เห็นทุกทีที่ตกอยู่ในห้วงแห่งความฝัน...


เหนื่อยเหลือเกิน...


ถ้าจะกลับไปตอนนี้ จะสายไปไหมนะ?


ถ้าผมทำไม่สำเร็จ...ท่าน....จะยอมให้ผมกลับไปรึเปล่า?...


...นำรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของคนเหล่านั้นกลับคืนมาให้ได้นะชอนซา...


ชอนซา.....

.

.

.

.

.

“ทึกกี้ฮยอง” เสียง น้องชายร่วมวงเรียกมาจากหน้าประตูห้อง คนที่นอนเหยียดยาวหลับตาอยู่บนเตียงสีขาวลืมตาขึ้นพร้อมๆกับร่างของน้องชาย คนเล็กสุดของวงเดินเข้ามา

“คยู? ไปไหนมาล่ะ?” อีทึกถามคนเป็นน้องอย่างประหลาดใจ

“ผมจิ๊กไวน์ที่บ้านมา” คนตอบตอบง่ายๆด้วยคำตอบที่ทำให้คนฟังยันตัวขึ้นจากเตียงพร้อมร้องอย่างไม่เชื่อหู

“ห๊ะ?”

“นี่ไง^-^” พูดไม่เปล่า มือยังชูขวดไวน์แดงจากอิตาลีให้ดูพร้อมทำหน้าภาคภูมิใจสุดชีวิต

“เขาซื้อมาจัดงานอะไรไม่รู้ ผมเลยจิ๊กมาขวดนึง...กินด้วยกันนะ”

อีทึกมองหน้าคนพูดสลับกับขวดไวน์...มันเล่าเหมือนหยิบทิชชูที่แม่ครัววางทิ้งไว้มาสั่งขี้มูกงั้นแหละ =:=

“ถึงกับต้องจิ๊กเลยเหรอวะ? แล้วฉันจะกินลงมั้ยเนี่ย =_=^” พี่ชายถามหน้าเมื่อย แต่คนเป็นน้องยักไหล่ไม่แคร์

“ผมไปหยิบแก้วนะ พี่ออกมาเร็วๆละกัน” หน้าหล่อๆของน้องชายร่วมวงผลุบหายออกไป ทิ้งให้คนเป็นพี่มองตามปลงๆ...

ชักจะมากขึ้นทุกวันแล้วไอ้เด็กนี่

อย่าง ไรก็ตาม ร่างสูงของหัวหน้าวงก็เดินลากเท้าออกมายังห้องนั่งเล่น เจ้าน้องชายตัวดีที่เห็นขี้ดีกว่าไส้ (เพราะจิ๊กไวน์ที่บ้านมาให้เพื่อนร่วมวงที่หอ - -^) กำลังวางแก้วสองใบลงบนโต๊ะกระจกกลางห้อง

“เดี๋ยวนะ” พี่ชายทักเมื่อเห็นแก้วที่วางบนโต๊ะ...จะเรียกว่าแก้วดีมั้ย...ก็ไอ้ที่วางอยู่บนโต๊ะนั่นมัน...

“แก จะกินไวน์ราคาสี่หมื่น (วอน) ด้วยแก้วแบบนี้เรอะ?” คนพูดชี้มือไปที่แก้วกินน้ำที่ใบหนึ่งปากบิ่น กับอีกใบหูแหว่ง...คนหยิบคงหยิบมาจากที่คว่ำแก้วโดยไม่คิดจะสรรหาแก้วใบใหม่ ที่ดีกว่านี้

“ต่อให้มันเป็นแก้วกระดาษ มันก็กินได้เหมือนกันแหละ” พ่อเจ้าประคุณเถียงโดยไม่คิดจะลุกไปเปลี่ยน อีทึกถอนหายใจหนักๆให้กับคนพูดก่อนเดินเข้าครัวไปเปิดตู้หยิบแก้วใสทรงสูง ออกมาสองใบ คยูฮยอนกระตุกยิ้มที่มุมปากนิดหนึ่งก่อนจะรินของเหลวสีแดงเข้มลงในแก้วใส แล้วยื่นให้พี่ชาย น้ำสีแดงจัดในแก้วใสเป็นประกายสวย

“คัมปัย...” คนเป็นพี่รับแก้วก่อนทำเสียงในคอ

“คัมปัยอะไรของแก”

“Cheers เนื่องในโอกาสที่ผมเอาไวน์นี่มาไง” คยูฮยอนทำเสียงสนุก คนฟังมอหน้าก่อนจะเปรยแบบจิกกัดนิดๆ

“อารมณ์ดีจังนะวันนี้” มือเรียวยกแก้วจรดริมฝีปากแล้วปล่อยให้น้ำสีแดงล่วงลงคอ กลิ่นหอมขององุ่นหมักปนแอลกอฮอล์กรุ่นอยู่ในโพรงจมูก

“ไม่ ดีหรอก” คนตอบตอบซะอย่างนั้น ดวงตาคมแม้จะมีแววแบบหนุ่มเจ้าสำราญแต่ก็ยังเจือแววอ่อนเยาว์แบบเด็กหนุ่ม มองหน้าพี่ชายด้วยสายตาของน้องชายคนเล็กที่กำลังพยายามปลอบโยนพี่ชายคนโต

อีทึกยกแก้วไวน์มาส่องดูกับแสงไฟแล้วระบายลมหายใจออกมาเบาๆ

“เหมือนจะนานมาแล้วเลย...” หัวหน้าวงเปรยเบาๆ คนเป็นน้องยิ้มกวนๆ มือยกแก้วไวน์จรดริมฝีปาก

“นานเท่าอายุพี่ได้มั้ย?”

“ไอ้....=_=^” คนโดนกวนเกือบจะด่าให้แต่แล้วก็กลับนิ่ง ริมฝีปากได้รูปกระตุกยิ้มนิดๆเมื่อมองดูคนเป็นน้องเทน้ำอมฤตสีแดงคล้ำลงคอ

“นานมากแล้วนะ....แต่เหมือนเพิ่งจะเร็วๆนี้เองที่ฉันปลอบนาย...ไอ้เด็กที่ร้องไห้ขี้มูกยืดเพราะคิดถึงบ้านคนนั้นน่ะ”

“โห่ย...”คยูฮยอนเบ้หน้า พี่ชายยังคงพูดต่อไป

“ตอน นั้น นายมันตัวกะเปี๊ยก...เด็กอะไรวะ ทั้งสูง ทั้งผอม แถมยังขี้อาย แล้วก็เงียบได้โล่...ฉันคุยกับนายทีไรต้องคอยหันมองหน้า คิดว่าพูดคนเดียวทุกที”

“ตอนนั้น.....” เสียงทุ้มเอ่ยนำครึ่งๆ แล้วมองหน้าพี่ชาย “ผมเป็นยังไงบ้างนะ...”

อีทึกจิบไวน์นิ่ง ดวงตาเรียวกว้างมองหน้าน้องชายก็จริงหากความคิดลอยไปถึงเมื่อหลายปีก่อนโน้น...

“ตอน นั้นนายมันไม่ได้เรื่อง ทั้งขี้กลัว แหย ทำตัวเหมือนคนไม่จริงใจ ชอบทำให้พี่ๆคิดว่านายมันไร้มารยาท พอพวกฉันเดินมา นายก็จะหลบตาทำเป็นไม่เห็น เวลาเดินเข้ามาในห้องก็ชอบไปหลบมุม ไม่คิดจะมาทักทาย...ตอนนั้นฉันจำได้ว่าหมั่นไส้นายชิบหายเลย”

“หึ หึ...” คยูฮยอนหัวเราะในคอ “พวกพี่ทุกคนคิดแบบนั้นกันหมดสิ? ถึงได้ไม่สนใจผมเลย ทำเหมือนผมเป็นคนนอก....ผมน่ะที่ทำแบบนั้นก็เพราะกลัวพี่ๆต่างหาก เลยไม่กล้าแม้แต่จะทักหรือทำความเคารพ...กลัวไปทุกอย่าง”

“ฉันก็ว่างั้นแหละ...ตอนนั้นน่ะ...ไอ้ท่าทางหงอๆของนายมันน่ารำคาญชะมัด” คนเป็นพี่สมทบอีกรอบ

“แล้วตอนนี้ล่ะ?” เสียงทุ้มเอ่ยแหย่ อีทึกตวัดตามองคนถามก่อนตอบสั้น แต่ได้ใจความ

“กวนตีน”

=[]=

“ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ” คน “กวนตีน” ขำก๊าก เรียกให้อีกคนยิ้มตามไปด้วย

“ใคร จะคิดวะว่าไอ้เด็กเงียบๆ หงิมๆ ท่าทางคุณหนูอย่างนายจะกลายเป็นไอ้ตัวแสบที่มานั่งโจ้เหล้ากะฉันตอนนี้... ยิ่งนับวัน นายจะยิ่งแรงมากขึ้นนะคยูฮยอน...ปีก่อนฉันว่านายแรงแล้วนะ ปีนี้ดันพัฒนาเลเวลขึ้นอีก”

“เอาไว้ปีหน้า อัลบัมใหม่ ผมจะแรงให้ยิ่งกว่านี้อีก” คนพูดทำเสียงมาดมั่น แต่คนฟังชะงักมือที่กำลังไล้ขอบแก้วทรงสูงเล่นอยู่ทันที ดวงตาเรียวกว้างเหลือบมองคนพูดที่ยกแก้วไวน์ขึ้นจิบ

...อัลบัมหน้า...

“ถ้า จะแรงกว่านี้ ฉันว่านายไปร้องเพลงให้พวกแม่สาวเพลย์บอย เพลย์เกิร์ลฟังเถอะ-_-^” พี่ชายกัดอีกรอบ คยูฮยอนยกแก้วขึ้นในระดับสายตาแล้วเอนขอบแก้วแตะขมับอย่างฉาบฉวยพร้อมหลิ่ว ตาให้

มาดเหลือเกินจริงๆ =[]=

ชายหนุ่มสองคนปล่อยตัวให้จมอยู่กับความคิดของตัวเองครู่ใหญ่ ก่อนที่อีทึกจะถามลอยๆ

“นายเคยคิดมั้ยว่า ถ้าไม่ได้เป็นนักร้องแล้วนายจะเป็นอะไร”

คยูฮยอนนิ่งไปนิดหนึ่งกับคำถามนั้น

ไม่ได้คิดเรื่องแบบนี้มานานแล้วนะเนี่ย

ความฝันในวัยเด็กงั้นเหรอ?....

“ไม่รู้สิ...แต่ไม่ว่าผมจะเคยฝันอยากเป็นอะไร ตอนนี้ผมว่าผมทำได้ดีกว่าที่เคยฝันไว้ซะอีก” คนตอบฉีกยิ้มกว้าง อีทึกเลิกคิ้วยิ้มๆ

“งั้นเหรอ?”

“ใช่ สิ.....” ดวงตาเป็นประกายใสแจ๋วราวเด็กน้อยยิ้มรับ “ตอนนั้นผมไม่ได้คิดด้วยซ้ำว่าจะมาได้จนถึงจุดนี้...แค่ซ้อมไปวันๆ เรียนหนังสือ ก็แทบจะกระอักเลือดตายอยู่แล้ว พอเข้าวงได้ก็ยังต้องเจออะไรอีกตั้งหลายอย่าง” คนพูดละคำว่า อะไร ไว้ในฐานที่เข้าใจกันทั้งสองคน

คยูฮยอนต้องต่อสู้ฝ่าฟัน และพิสูจน์ตัวเองขนาดไหนกว่าจะเข้ามายืนอยู่กลางใจทุกคนได้อย่างมั่นคงแบบทุกวันนี้

“ตอน นั้นผมแค่ขอให้มีชีวิตผ่านไปวันๆได้ก็ดีที่สุดแล้ว เรื่องจะให้มานั่งคิดถึงความฝัน จะเรียนให้จบ เป็นนักร้องที่ดีน่ะเหรอ...ก็คิดนะ...แต่มันพร่ามัว แล้วก็เลือนรางมากเลย”

“แต่นายก็ผ่านมาได้ทั้งหมดแล้วนี่ไง” พี่ชายบอกเสียงอ่อนโยน ดวงตาชื่นชม คยูฮยอนยิ้มให้คนตรงหน้า

“ก็ เพราะพี่อีทึกคอยให้กำลังใจตลอดเลยไง...จำได้มั้ยล่ะ? ผมท้อจนร้องไห้กี่ครั้ง ผมไม่เคยกล้าพูด กล้าแสดงออกหรือตอบคำถามอะไรเลย ผมกลัวทุกอย่าง กลัวทุกคน แต่ก็เพราะพี่ที่คอยดันให้ผมไปยืนข้างหน้าตลอด คอยกระตุ้นให้ผมพูดตลอด พี่กับพี่ฮีชอล แล้วก็ทุกๆคนนั่นแหละที่ทำให้ผมมีตัวตนในสายตาคนอื่น”
คนพูดมองหน้าพี่ชายด้วยความขอบคุณ

ถึงแม้ว่าเขาจะต้องต่อสู้ขนาดไหน แต่มันจะไม่มีวันสำเร็จได้เลยถ้าหากไม่มีมือที่คอยผลักดันเมื่อเขาจะถอยหลัง และฉุดรั้งเมื่อเขาล้ม

มือ...ของคนที่ชื่อ ปาร์ค จองซู

อีทึกยิ้มให้กับเด็กน้อยขี้แยที่กลายมาเป็นหนุ่มน้อยที่แสนจะมั่นใจในตัวเองตรงหน้า มือเรียวยกแก้วใสขึ้นสูง

“แด่โจ คยูฮยอน...”

“แด่ปาร์ค จองซู...”

...กริ๊ก...

เสียงแก้วใสสองใบกระทบกันเบาๆ คนทั้งคู่เทของเหลวในแก้วเข้าปากพร้อมกัน

 

 

 

“จ๊ะเอ๋^^~~~ฮยองกะมักเน่คู่นี้ทำอะไรกันอยู่เนี่ย???? โอ๊ะ!!! O_o” เสียง ทักดังแจ๋วจากตัวป่วนจอมยุ่ง ลี ดงเฮ ที่นำทีมพี่น้องมาพร้อมหน้าทั้ง อึนฮยอก รยออุค และซองมิน คนทักชะงักทำตาโตเมื่อเห็นสิ่งที่วางอยู่บนโต๊ะตรงหน้าแล้วก็เปลี่ยนเป็นทำ หน้ากะลิ้มกะเหลี่ย

“แหม ฮยอง.....มีอะไรดีๆไม่เรียกน้องเลยนะ” ลูกปลาน้อยตัวแสบแอ๊บเสียงน่ารักก่อนจะเดินมานั่งแปะลงข้างๆ

“กิน ด้วยดิ^^” มือขาวจัดเอื้อมไปหยิบแก้วฝั่งมักเน่ของวงมาจิบ คยูฮยอนส่ายหัวก่อนลุกขึ้นไปหยิบแก้วใบใหม่มาให้พี่ชายที่พยักหน้าหงึกแทนคำ ขอบใจ

“พวกนายขึ้นมาทำอะไรที่นี่?” อีทึกถาม...ไอ้เรื่องจะขึ้นมาหา มาตาม หรือมาดูเพราะเป็นห่วงเป็นใยน่ะเลิกคิด เพราะปาร์ค จองซู เป็นเหมือนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำวง ถ้าไม่มีเรื่องคอขาดบาดตาย ก็ไม่มีใครเรียกหา บางครั้ง การแสดงออกถึงความห่วงใยอันน้อยนิดก็ทำให้หัวหน้าวงน้อยใจเหมือนกัน

“หน้าฉันเหมือนเทวดาแถวบ้านพวกแกเรอะ ไม่มีเรื่องล่ะหายจ้อย แต่พอมีละก็เรียกหากันเชียว -*-^”


“มาตามพี่” ดงเทตอบ ยังคงถือแก้วไวน์ที่เป็นของน้องเล็กของวงอยู่ในมือ

“ตามทำไม?”

“อ๊าวววววววว” อึนฮยอกทำเสียงสูง ดวงตาเป็นประกายวิ้งๆ “ผมเป็นห่วงพี่ไง เลยมานั่งเป็นเพื่อน....เนอะ”
คำ สุดท้ายหันไปพยักเพยิดใส่พรรคพวก คนถูกเป็นห่วงตวัดตามองคนที่ยกแก้วไวน์ขึ้นจิบเรื่อยๆด้วยท่าทางมีความสุข กับรสชาติที่ได้รับแล้วก็ต้องแขวะอย่างหมั่นไส้

“ท่าทางจะเป็นห่วงมากเลยนะเนี่ย”

“^__^” น้องชายตัวดีฉีกยิ้มกว้าง อีทึกมองรอยยิ้มนั้น อดไม่ได้ที่จะเอามือจิ้มแก้มน้องชายไปหนึ่งทีอย่างหมั่นเขี้ยว

“ทำหน้าแบบนี้เหมือนกับสมัยก่อนโน้นเลยนะ”

“น่ารักใช่มั้ยล่า~~~~^-^”

“อย่ามาแบ๊ว อายุไม่น้อยแล้วนะเว่ย >///<” คนเป็นพี่ขัดคอแต่อีกฝ่ายไม่สำนึก

“น้อย กว่าพี่ละกัน ถ้าพี่ยังร้อง ทึกกี้ ทึ้กกี้~~~~~ ในรายการได้อยู่ ผมก็ยังแบ๊วได้อยู่เหมือนกัน ฮ่าๆๆๆๆๆ” อึนฮยอกโต้กลับ เรียกเสียงเฮฮาจากเพื่อนพ้องรอบข้าง

=_=^

“แล้วคนอื่นๆล่ะ?” พี่ชายถามเมื่อเห็นคนเสนอหน้าที่บอกว่าเป็นห่วงเขามีอยู่แค่ 4 คนเท่านั้น

“พี่ ชินดงเล่นเกมอยู่ข้างล่าง พี่ฮีชอลกะพี่ฮันกยองออกไปข้างนอก พี่เยซองไปซื้อขนมใช้พี่ซองมินเพราะดันเอาขนมพี่เขามาให้ผมกิน” รยออุคสาธยาย ประโยคสุดท้ายทำให้คนถามหันไปมองหน้าซองมินโดยอัตโนมัติ

“ขนม ผมซื้อมายังไม่ได้กินซักนิด พี่เยซองก็อารมณ์จะเอาใจไอ้ตัวยุ่งนี่ ขนเอาไปให้มันกินเฉยเลย” คนโดนพาดพิงฟ้องเพื่อเรียกคะแนนความเห็นใจบ้างแต่กลับโดน “ไอ้ตัวยุ่ง” ขัดเสียงอ่อยกว่า

“พี่ซองมินบ่น บ่น บ่น บ่น จนผมกะพี่เยซองหูชาแล้วฮะ TT_TT พี่เยซองเลยต้องออกไปซื้อขนมมาคืน”

ซองมิน: =[]=’’’’’’’ <<<<<< แพ้จนได้

“เอา ละ...เอาละ...” คนฟังส่ายหน้าอย่างเหนื่อยใจ “ซองมินอา...เมื่อไหร่นายจะเลิกเป็นแบบนี้ซะที ขี้บ่นเป็นคุณป้าไปได้....รยออุคอา....นายก็เลิกยุ่งกับของของพี่เขาได้แล้ว รู้ว่าเขาจะต้องบ่นก็ยังไปยุ่งกับของเขาอีก”

“พี่ซองมินบ่นตลอดแหละ ผมชินแล้ว” คนชอบยุ่งกับของชาวบ้านไม่สนใจ แต่เมื่อเห็นพี่ชายเงื้อมือขึ้นก็พูดต่อไปว่า

“แต่ ผมรู้ว่าพี่ซองมินใจดีจะตาย...อย่างตอนนู้นที่ผมเล่นกะพี่เยซองแล้วทำเตียง พัง พี่ซองมินก็บ่นๆๆๆๆๆๆๆ จนผมร้องไห้...แล้วสุดท้ายก็ต้องเข้ามาปลอบผมอยู่ดี ^-^”

“ก็นายมันขี้แย แล้วก็น่ารำคาญนี่นา” พี่ชายว่าเข้าให้ คนเป็นน้องสวนกลับทันควัน

“แต่พี่ก็รักผมใช่มั้ยล่ะ?”

“หึ” ซองมินแค่นเสียงในคอก่อนจะยกแก้วไวน์ขึ้นจิบแล้วทำตาโต

“รสชาติดีนี่” คนพูดมองหน้าคยูฮยอนคล้ายๆจะชื่นชมที่สรรหาของแบบนี้มาได้ คนถูกมองทำหน้าเจ้าเล่ห์เมื่อตอกกลับไปว่า

“ของฟรีอร่อยทุกอย่างแหละ” คำพูดนั้นทำเอาคนอุตส่าห์จะชมหน้ามุ่ย แต่อึนฮยอกกลับพยักหน้าเห็นด้วย

“ช่า ย...เหมือนเมื่อก่อนที่ผมกะไอ้จุนซูหลอกให้พี่จองซูเลี้ยงข้าวบ่อยๆ ทั้งๆที่พี่ก็ไม่ได้มีเงินมากกว่าผมซักเท่าไหร่ เลี้ยงข้าวทีก็ได้แค่รามยองถูกๆ แต่ผมจำได้ว่ารามยองที่พี่จองซูเลี้ยงผมกะไอ้จุนซูอร่อยที่สุดในโลก ^-^”

“เพราะ นายตะกละต่างหาก _*_^” คนเคยโดนหลอกให้เลี้ยงรามยองว่า ยังจำความรู้สึกที่สั่งรามยองได้แค่ชามเดียวแล้วก็นั่งมองเด็กน้อยผู้หิวโหย แย่งกันกินอย่างเอาเป็นเอาตาย โดยปล่อยให้คนจ่ายเงินนั่งกลืนน้ำลายมองตาปริบๆ

คนที่นั่งล้อมโต๊ะหัวเราะขึ้นพร้อมกัน

“พูด ถึงเรื่องเก่าๆแล้วก็ขำดีเนอะ ตอนนั้นน่ะพวกเราเด็กกันจริงๆ...พี่จำตอนที่ผมกะดงเฮไปกินข้าวด้วยกันได้ปะ? แล้วผมก็ชิ่งออกมาทิ้งให้มันจ่ายค่าข้าว พอตอนเย็นมันเดินร้องไห้กลับมาที่บริษัทบอกว่าไม่มีเงินกลับบ้านเพราะเอาไป จ่ายค่าข้าวหมดอะ” อึนฮยอกพูดไปขำไป ดงเฮแยกเขี้ยวใส่เพื่อนสนิท

“พี่จองซูจำได้มั้ยไม่รู้ แต่ฉันจำได้แม่นยำเลยแหละไอ้ไก่บ้า...แกกะไอ้จุนซูชอบรวมหัวกันแกล้งฉันประจำ =_=^”

“ก็แกมันน่าแกล้งนี่หว่า แกล้งแล้วก็ร้องไห้ สนุกดีออก...ไอ้ขี้แย” คนพูดทำหน้าล้อเลียน

“แก ก็ขี้แยพอกันแหละว้า...อีตอนได้เดบิวต์อะ ใครวะร้องไห้เป็นวรรคเป็นเวรยังกะญาติเสีย ร้องจนคนเค้าคิดว่าแกสอบตกหรือไม่ก็แฟนทิ้งซะอีก” ดงเฮโต้บ้าง

“เฮ่ย...นั่นมันน้ำตาแห่งความดีใจต่างหาก” คนโดนสวนกลับแก้ตัวเป็นพัลวันทำให้ทุกคนหัวเราะออกมาอีกครั้ง

“ตอน นั้นพวกเราก็ร้องไห้กันทุกคนแหละ...ชั้นเอง...ก็ร้องไห้หนักมากเหมือนกันนะ” อีทึกพูดอย่างรำลึกถึงความรู้สึกในตอนที่รู้ว่าตัวเองจะได้ก้าวมาเดินบนเส้น ทางของศิลปินเต็มตัวแล้ว

เขา...คนที่ ผ่านช่วงเวลาของการฝึกมานานกว่าใครๆ...คนที่พยายามแล้วก็เจอกับความผิดหวัง ครั้งแล้วครั้งเล่า...คนที่ต้องทนมองเห็นเด็กฝึกหัดรุ่นน้องได้เดบิวต์ไป ก่อนคนแล้วคนเล่า

วันที่รู้ว่าตัวเองได้เดบิวต์เป็นวันที่เขารู้สึกว่าตัวเองได้รับพรจากสวรรค์

และเป็นวันที่เขาให้สัญญากับตัวเองว่า เขาจะก้าวเดินบนถนนสายนี้ให้ดีที่สุด

“พี่ร้องไห้เพราะเสียใจที่ต้องมารับตำแหน่งหัวหน้าวงของพวกเรางั้นสิ” ดงเฮแกล้งแหย่

อีทึกยิ้มให้กับคำถามของน้องชายตัวแสบ ดวงตาสีเข้มมองหน้าน้องร่วมวงแต่ละคนอย่างอ่อนโยน

“นอก จากการได้เดบิวต์วงเดียวกับพวกนายแล้ว การได้รับหน้าที่ดูแลพวกนายนี่แหละเป็นสิ่งที่ฉันดีใจมากที่สุด...ถ้าจะมี ใครถามฉัน ว่าอะไรคือสิ่งที่ฉันภูมิใจที่สุดในชีวิตของการเป็นนักร้อง ฉันจะตอบว่าคือการได้เป็นลีดเดอร์ของพวกนาย แล้วก็ได้ดูแลพวกนายมาจนถึงวันนี้ไง”

“พี่ไม่ดีใจเท่าผมหรอก” อึนฮยอกเอ่ยขึ้น “ผมแอบน้อยใจนิดๆตอนไอ้จุนซูได้เดบิวต์ไปก่อน แถมเพลงมันก็ดังมากกก......” คนพูดลากเสียงตรงคำว่า “มาก” ยาวๆ

“แต่พอผมรู้ว่าได้เดบิวต์วงเดียวกับพี่ กับดงเฮ ผมดีใจที่สุดเลย” หนุ่มน้อยยิ้มจนตาหยี ดงเฮพยักหน้าเป็นลูกคู่ข้างๆพร้อมกับเสริมว่า

“ผม แทบจะภาวนาให้ได้เดบิวต์พร้อมๆกับพี่เลยแหละ...ตอนนั้นพี่ยุนโฮก็เดบิวต์ไป แล้ว ถ้าไม่ใช่พี่จองซูกะพี่ฮีชอล ผมก็ไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกัน”

ห้องทั้งห้องเงียบลงไปอีกครั้งก่อนที่ซองมินจะเปรยเบาๆ

“นึก ถึงตอนเดบิวต์แล้ว ยังตื่นแต้นไม่หายเลย….ผมแทบไม่อยากเชื่อตัวเองเลยว่าจะได้มาอยู่ตรงนี้” หนุ่มน้อยหัวเราะขำตัวเองเมื่อพูดต่อไปว่า

“ตอนรู้ว่าเดบิวต์ ผมคอยแต่ย้ำถามพี่คังอินอยู่นั่นแหละว่า “เราได้เดบิวต์แล้วจริงๆเหรอฮะ?” ถามอยู่อย่างนั้นจนพี่คังอินเกือบจะฆ่าผมแน่ะ”

“ผมจำได้ๆ” ดงเฮแทรกขึ้นเสียงแจ๋ว “พี่คังอินตะโกนดังลั่นเลยว่า “นายจะถามซ้ำซากหาพระแสงอะไรวะ?!” แล้วพี่คังอินก็ร้องไห้....ฮ่าๆๆๆ”

“เหอะๆๆๆๆ ...เออ ใช่...แล้วฉันก็ต้องเป็นคนเข้าไปปลอบมัน กลายเป็นว่ามันเป็นคนร้องไห้มากที่สุด แล้วก็หยุดร้องทีหลังเพื่อน...” พี่ชายคนโตต่อให้ขำๆเมื่อนึกถึงภาพเหล่านั้น

.

.

.

.

.

“ดีจังนะฮะ ที่พวกเราได้อยู่ด้วยกัน” รยออุคพูดด้วยน้ำเสียงขอบคุณ

อี ทึกมองดูใบหน้าของเด็กชายจากเมื่อหลายปีก่อนที่เติบโตมาเป็นหนุ่มน้อยใน วันนี้...นานเท่าไหร่แล้วที่คนเหล่านี้ร่วมเดินทางมากับเขา ฝากชีวิตส่วนหนึ่งไว้ในมือเขา...

นานเท่าไหร่แล้วที่เขาได้ดูแลคนเหล่านี้...ในฐานะหัวหน้าวง และพี่ชายคนโต...

กลุ่มคนที่เขาเคยคิดว่าเป็นภาระ เป็นความรับผิดชอบอันหนักหนา เป็นความลำบากใจที่จะต้องชักนำ ต้องปกครอง

กลุ่มคนที่เขาเคยเหน็ดเหนื่อย รำคาญใจที่ต้องคอยดูแล แก้ไขปัญหา และสะสางเรื่องต่างๆให้

บัดนี้...คนกลุ่มนี้กลายเป็นเพื่อน เป็นน้อง เป็นครอบครัว

สายใยที่ก่อตัวขึ้นจากความรักและความผูกพันนั้นเหนียวแน่นจนไม่อาจจะตัดทิ้งได้อีกต่อไป!


“นึกถึงตอนที่เราไปเมืองไทยกันตอนนั้นเนอะ” อึนฮยอกพูดขึ้น

“ใช่...สนุกมากเลย” ดงเฮสนับสนุนพร้อมๆกับที่ซองมินพยักหน้า

“เป็นการไปต่างประเทศครั้งแรกของพวกเรา”

“เป็นประเทศที่สวยงามมากเลยนะ เมืองไทยน่ะ...ฉันชอบที่นั่นมากเลย” ลูกไก่ทำเสียงเพ้อๆเมื่อนึกถึงช่วงเวลาที่เมืองไทย

“ผม จำได้ว่าโดนพี่แกล้งด้วยแหละ เอาเทปกาวมาดึงขนหน้าแข้งเค้าอ้ะ >//<” รยออุค เจ้าพ่อวงการแฉยังจดจำไม่เว้นวายทำให้เพื่อนร่วมวงหัวเราะกันอีกรอบ

“แต่ตอนที่ตื่นเต้นที่สุดก็ตอนคอนเสิร์ตของพวกดงบังชินกินะ” ซองมินว่า เรียกเสียงสนับสนุนจากทุกคน

“ใช่ๆ คนเยอะมาก ขาสั่นเลยหละตอนอยู่บนเวทีน่ะ”

“ตอนนั้น...ฉันแอบหวังจริงๆนะว่า ซักวัน พวกเราจะมีคอนเสิร์ตที่คนดูเยอะๆแบบนั้นบ้าง”

“ใช่...มันยอดมากเลย”

“ซูเปอร์ โชว์ของพวกเราก็ยอดเยี่ยมเหมือนกันนะฮะ” เสียงน้องสุดท้องของวงพูดขึ้นบ้างหลังจากเงียบฟังพี่ๆมานาน ดงเฮหันไปทางคนพูดแล้วทำหน้าตกใจอย่างเสแสร้ง

“คยู! นายยังอยู่เหรอเนี่ย? ฉันคิดว่านายหลับไปแล้วซะอีก ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ ^o^”

คยูฮยอน: -__-^

“ฉันชอบตอนสุดท้าย ที่เราร้องเพลงด้วยกัน แล้วก็เล่นกันซะสนุกไปเลย” อึนฮยอกพูดเสียงร่าเริง ดงเฮหัวเราะบ้าง

“ใช่ จำได้ว่าฉันเคยแกล้งพี่คังอินหรือพี่ฮีชอล แล้วก็โดนวิ่งไล่ซะรอบเวที....”

“แล้ว ก็โดนแก้คืนอย่างสาสมอะดิ..คึ คึ คึ” รยออุคผู้เงียบขรึมแฉอีกรอบทำเอาคนโดนแฉหันไปแยกเขี้ยวใส่อย่างคาดโทษแต่พ่อ น้องชายก็ไม่ได้สำนึก

“แต่มันก็โคตรสนุกเลยอะ^^”

“แล้วตอนที่แต่งเป็นตัวตลกอะ ขำสุดเลยทำไปได้ไงไม่รู้- -^”

“ฮ่าๆๆๆ Kill Bill…Kill Bill ^o^” ดงเฮชี้หน้าเพื่อน “อย่างก้างอะแก...ก๊ากกกกก...”

อึนฮยอกหน้าหุบ

“เออ....ฉันมันก้าง ใครจะดูดีอย่างแกล่ะ ไอ้คุณชาย ไอ้เจ้าชายมกโพ>///<”

เสียงสมาชิกในวงโต้เถียงกันอย่างสนุกสนาน ต่างคนต่างขุดภาพขำๆของคนอื่นมาเล่าซ้ำจนพาให้คนทั้งวงหัวเราะกันท้องแข็ง

“แล้ว... พี่จองซูชอบตอนไหนมากที่สุด” คยูฮยอนถามพี่ชายคนโตทั้งๆที่ยังหัวเราะกับมุก “แหย่ก้นคุณชายชเว” ของเหล่าทะโมนอย่างดงเฮ ชินดง และคังอินไม่หาย อีทึกที่กำลังขำตาหูแดงเงยหน้ามองคนถาม

“ฉันเหรอ?....ฉันชอบตอนร้องเพลงแมรี่ยู” คำตอบของพี่ชายคนโตเรียกเสียง “อา..............” จากทุกคน

“จริงสินะ...ลืมไปได้ยังไงเนี่ย ช่วงเวลาที่พิเศษแบบนั้น” ซองมินพึมพำ

“ไม่ได้ลืมหรอก...แต่เราเก็บมันไว้ในส่วนลึกของความทรงจำตลอดเวลาต่างหากฮะ” รยออุคแย้ง

“ใช่...เพลงพิเศษแบบนั้น จะลืมได้ไงกัน”

“แล้วยังมีเรื่องอะไรอีกนะ”

“เรื่องพวกนั้นน่ะ นั่งขุดกันทั้งคืนก็ไม่หมดหรอก...เก็บไว้เล่าให้ลูกฟังตอนแก่ได้เลยเหอะ”

.

.

.

.

.

“คิดๆดูแล้ว เรามีช่วงเวลาที่ดี ช่วงเวลาที่พิเศษตั้งเยอะแน่ะเนอะ^-^” ดงเฮว่า

ใช่....

เรามีช่วงเวลาพิเศษด้วยกันตั้งมากมาย...

อีทึกยกแก้วไวน์ในมือขึ้นสูง บอกเสียงดัง

“อา.....งั้นมาดื่มให้กับช่วงเวลาพิเศษที่สุดของพวกเรา”

“ช่วงเวลาพิเศษที่สุดของพวกเรา!!!”

น้ำ สีแดงในแก้วทั้งหกใบถูกถ่ายเทลงสู่ลำคอเจ้าของแก้วจนหมด ห้องเงียบลงอีกครั้งเพื่อให้เวลาชายหนุ่มทั้งหมดได้ดื่มด่ำกับรสหอมหวานของ เครื่องดื่มและความทรงจำอันสวยงาม

ช่วงเวลาที่ผ่านมา คือช่วงเวลาที่ดีที่สุด

“แล้วช่วงเวลาที่แย่ที่สุดล่ะ?” ดงเฮถามขึ้นเบาๆ อึนฮยอกมองหน้าเพื่อน...อย่าบอกว่าจะดึงเข้าโหมดเศร้านะเว่ย...เดี๋ยวคงได้มีใครต่อใครเสียน้ำตากันมั่ง -_-^

“ไม่มีหรอก” ลีดเดอร์ของวงตอบเสียเอง

“ต่อ ให้เราต้องเหนื่อย ต้องท้อ หรือเสียน้ำตากันมากแค่ไหน ต่อให้เราต้องเจอเรื่องร้ายแรงยังไง จะตั้งแต่อดีตหรือต่อไปในอนาคตข้างหน้า...ทุกช่วงเวลาที่เราอยู่ด้วยกัน คือช่วงเวลาที่ดีที่สุด...และเรา ก็จะมีแต่ช่วงเวลาที่ดีที่สุดเท่านั้น...”

มือเรียวหมุนแก้วเปล่าในมือไปมาก่อนจะคว่ำแก้วลงในที่สุด

“เพราะว่าเราไม่มีไวน์เหลือที่จะดื่มให้กับช่วงเวลาที่แย่ที่สุดหรอก”

คยูฮยอนยิ้มให้กับคำพูดของพี่ชาย มือขาวจัดคว่ำขวดไวน์เปล่าลงเช่นกัน

“จะไม่มีช่วงเวลาที่แย่ที่สุดสำหรับซูเปอร์จูเนียร์ของพวกเรา!!!”

...เพราะไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาที่เลวร้ายแค่ไหน...

...เพียงแค่พวกเราทุกคนอยู่ด้วยกัน...

...มันจะเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดเสมอ...

.

.

.

.

.

วันใหม่แล้วสินะ...

เสียงฝนจางๆสาดกระทบหน้าต่างต้อนรับเช้ามืดของวันใหม่ ร่างโปร่งที่หลับซุกอยู่บนเตียงสีขาวขยับตัวน้อยๆ

ไกลออกไป ณ ที่ใดที่หนึ่ง คนที่อยู่ในภาวะครึ่งหลับครึ่งตื่นคล้ายจะได้ยินเสียงเรียกเบาๆ

...ชอนซา...


...เจ้ายังจะอยากกลับขึ้นมายังที่ที่เจ้าอยู่หรือไม่?...


...เจ้าจะล้มเลิกความตั้งใจที่จะสร้างรอยยิ้มและความรื่นเริงให้กับคนบนโลกนี้แล้วหรือยัง?...


...ชอนซา...


...นำรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของคนเหล่านั้นกลับคืนมาให้ได้นะชอนซา...


heenimthailand/Flower (3).gif heenimthailand/Flower (3).gif heenimthailand/Flower (3).gif heenimthailand/Flower (3).gif heenimthailand/Flower (3).gif heenimthailand/Flower (3).gif heenimthailand/Flower (3).gif heenimthailand/Flower (3).gif heenimthailand/Flower (3).gif heenimthailand/Flower (3).gif heenimthailand/Flower (3).gif heenimthailand/Flower (3).gif heenimthailand/Flower (3).gif

ปล. ชอนซา คือคำที่ทึกกี้เรียกตัวเอง หมายถึง เทวดา หรือ "นางฟ้า" นั่นแหละค่ะ

 

[FICTION]HBD for Ryeowook

posted on 26 Jun 2009 07:52 by cu2524  in Fiction

Title: Alone?

(HBD Fiction for Ryeowook) 

 ประตูห้องนอนถูกเปิดออกและปิดลงอย่างเบามือในความมืด ร่างสูงค่อยๆจรดปลายเท้าไปเปิดไฟหน้ากระจกด้วยแรงเทียนต่ำสุดก่อนจะลงมือแต่งตัวในความมืดสลัวโดยระมัดระวังอย่างยิ่งที่จะไม่ให้เกิดเสียงดังแม้เพียงสักนิด...เสียงคนที่นอนซุกอยู่ใต้ผ้าห่มพลิกตัวทำให้มือที่กำลังหยิบเครื่องประดับให้ตัวเองชะงักไปครู่หนึ่ง เมื่อรอจนแน่ใจว่าคนนอนหลับไม่มีทีท่าว่าจะตื่นขึ้นมาอีกก็ค่อยแต่งตัวต่อไป

“พี่เยซอง?” เสียงเรียกเบาๆในความสลัวทำให้คนที่แต่งตัวเกือบจะเสร็จแล้วสะดุ้งเฮือก ภาพในกระจกสะท้อนให้เห็นน้องชายตัวเล็กค่อยๆมุดผ้าห่มมาหยีตามองเขาอย่างงัวเงีย

 “จะไปไหนน่ะ?” เสียงถามปนง่วงๆ เยซองตอบเสียงเรียบร้อย

“ข้างนอก”

 “ถ่ายรายการเหรอ?” เสียงใสถามมาอีก เป็นคำถามที่ไม่คาดหวังว่าคำตอบจะเป็น “ใช่” เพราะทั้งเขาและคนถามรู้ดีว่าวันนี้มีงานแค่ตอนเย็นเท่านั้น

“มีนัด...” คนฟังย่นหัวคิ้วแต่ก็ไม่ถามต่อได้แต่จ้องมองพี่ชายเหมือนลูกแมวมองเจ้าของที่กำลังจะทิ้งมันให้อยู่ลำพัง เยซองยิ้มขำท่าทางนั้น ชายหนุ่มเอื้อมมือไปขยี้หัวฟูๆของคนที่ยังไม่ตื่นดีแรงๆอย่างเอ็นดู

“ไปหละ...แล้วจะซื้อขนมมาฝากนะ”

รยออุคพ่นลมหายใจดังฟู่ ก่อนจะซุกตัวลงกับที่นอนอีกครั้ง

นี่ไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการจะตื่นมาเจอในวันนี้ซักหน่อย @-*-@

หรือว่าคำอธิษฐานเมื่อคืนมันไม่ศักดิ์สิทธิ์นะ?ก็แค่อยากให้มีคนอวยพรวันเกิดเท่านั้นเอง

ใช่สิ...ก็วันนี้เป็นวันเกิดของรยออุคนี่นา...^-^

แล้วคนที่อยากให้อวยพรมากที่สุดเป็นคนแรก ก็คือคนที่ตื่นมาเห็นหน้ากันทุกเช้านั่นแหละ ^__^

แต่ดูสิ ตาคนบ๊องนั่นกลับออกจากบ้านไปซะเฉยๆ แถมยังบอกว่ามีนัดกับคนอื่นอีก -*-

มันน่าหงุดหงิดจริงๆเลย >///<  

คิม รยออุคเดินออกมาจากห้องด้วยความงัวเงียและหงุดหงิด ยิ่งเมื่อเดินผ่านห้องนั่งเล่น ภาพของคยูฮยอนกับซองมินที่กำลังคุยจุ๊กจิ๊กกันอยู่ราวกับโลกนี้มีเพียงสองคนก็ยิ่งเพิ่มความหงุดหงิดมากขึ้นไปอีก

“ตื่นแล้วเหรอรยออุค?” พี่ชายทักเสียงใส คยูฮยอนเงยหน้าขึ้นจากเกมในมือมาพยักหน้าทักทาย คนตัวเล็กผงกหัวอย่างเสียไม่ได้

“ฮะ”ถ้ายังไม่ตื่นแล้วสองคนนี่เห็นวิญญาณเขาเดินออกมาหรือไงกัน - -“

“มีข้าวผัดอยู่ในครัวนะ” ซองมินบอกแล้วก็หันไปสุมหัวเล่นเกมกับคยูฮยอนต่อไป รยออุคมองภาพนั้นอย่างหงุดหงิดช่วยสนใจกันหน่อยได้มั้ยเนี่ย??คนตัวเล็กนึกอยากจะวีนให้สมกับความหงุดหงิด แต่กลัวเสียภาพ (?) เลยได้แต่เดินกระแทกเท้าเข้าครัวไป

“เป็นอะไรของเค้านะ”  

แย่ที่สุด

นอกจากจะมากุ๊กกิ๊กกันต่อหน้าเขาแล้ว คนพวกนั้นยังจำวันเกิดเขาไม่ได้ด้วยซ้ำวันเกิดของคิม รยออุคมันไร้ความสำคัญขนาดนั้นเลยเหรอทีวันเกิดพี่อีทึก พี่ฮีชอล พี่ซีวอน หรือพี่ดงเฮละก็จดจำกันขึ้นใจเลยทีเดียว

เถอะ..ถึงมันจะเป็นแค่วันวันหนึ่งที่ไม่ได้สำคัญอะไรมากกว่าจะเตือนว่าเขาอายุมากขึ้น แล้วก็อยู่บนโลกใบนี้มา 23 ปีแล้วก็ตาม แต่เขาก็ยังอยากได้ยินคำอวยพรอยู่ดี

RRRRR…..RRRRR…..RRRRR…..

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นขัดจังหวะความคิด รยออุคกรอกเสียงลงไปโดยพยายามไม่ใส่อารมณ์ลงไปด้วย แต่มันก็ยังติดกระด้างนิดๆ

“ฮัลโหล?”

“พี่รยออุค สุขสันต์วันเกิด” เสียงใสแจ๋วของน้องสาวร่วมค่ายดังมาตามสาย รยออุคยิ้มออกมาได้

“ยุนอา...”

“มีความสุขมากๆนะพี่ชายที่รัก ฉันเป็นคนแรกที่โทรมาหาพี่รึเปล่าเนี่ย คงไม่หรอกเนอะ พี่เยซองต้องเป็นคนแรกอยู่แล้วสิใช่มั้ย?” คำอวยพรครึ่งแรกไร้ความหมายไปทันทีเมื่อคนอวยพรจบประโยคด้วยคำพูดแบบนั้น รยออุคแทบจะนับหนึ่งถึงร้อยเพื่อกลั้นเสียงที่อยากตะโกนกลับไปเต็มแก่เดี๋ยวเสียภาพ (?)

“ขอบคุณนะ” ลงท้ายคนห่วงภาพก็ทำได้แค่นั้นแหละแต่มันไม่จบแค่นั้นนี่สิ

“เออพี่...ทำไมปล่อยให้พี่เยซองมาเดินควงสาวอื่นอยู่ล่ะ หรือคืนนี้นัดกันแล้ว ตอนกลางวันเลยปล่อยได้” คำแซวห่ามๆของคนเป็นน้องทำให้คนฟังสำลัก

“ควงสาวอื่น?” เสียงทวนคำเรียบร้อยสมกับเป็นคิม รยออุคที่ไร้เดียงสา - -“ ทั้งๆที่อารมณ์เริ่มคุ

“อื้อ...ฉันมาซื้อกาแฟที่ร้าน เห็นพี่เยซองเดินออกไปกับสาวไหนไม่รู้ ถือดอกไม้ไปด้วยนะ”

“งั้นเหรอ” คนฟังทำเสียงไม่ใส่ใจ “เพื่อนเค้ามั้ง เมื่อเช้าบอกว่ามีนัดนี่”

“เพื่อนเค้าให้ดอกไม้กันด้วยเหรอ? แต่เอาเหอะ ฉันอาจจะเข้าใจผิดก็ได้ นี่พี่รยออุค...สุขสันต์วันเกิดอีกครั้งนะ”เสียงปลายสายตัดไปนานแล้ว แต่ “เชื้อ” ที่คนโทรมาปล่อยไว้โดยไม่ได้ตั้งใจแทรกซึมเข้าไปทุกขุมขน รยออุคกำโทรศัพท์แน่น...

คิม จงอุน....

ตาย!!!! 

“รยออุคกี้...” เสียงเรียกมาจากหน้าครัวดึงความคิดของคนตัวเล็กกลับมาอีกครั้ง ซองมินกับคยูฮยอนยืนยิ้มอยู่หน้าประตู

“พี่จะออกไปข้างนอกกัยคยู นายอยู่บ้านดีๆนะ”

“ฮะ?” ร่างเล็กอ้าปากค้าง มองหน้าคนทั้งสองอย่างประท้วงเต็มที่แต่ไม่มีใครสังเกตนอกจากจะพร้อมใจกันบ๊ายบายแล้วเดินออกไปจากบ้าน ทิ้งให้รยออุคนั่งอยู่ท่ามกลางความเงียบของบ้านเพียงลำพังมันจะมากไปแล้วนะร่างเล็กยกมือขึ้นปาดน้ำตาแห่งความน้อยใจออกจากตาก่อนที่มันจะไหลลงสู่ใบหน้าแล้วลุกจากโต๊ะ

อยู่บ้านดีๆงั้นเหรอ?

ฝันไปเถอะ 

 

ภาพของชายหนุ่มกับหญิงสาวที่เดินคู่กันไปตามถนนดูน่ารักน่าเอ็นดูไม่น้อย โดยเฉพาะชายหนุ่มท่าทางสุภาพอ่อนโยนที่ช่วยถือดอกไม้ให้หญิงสาวกำลังชี้ชวนให้คนเดินข้างๆดูของตามร้านรวงต่างๆ หลายๆครั้งจะเห็นหญิงสาวยิ้มหรือหัวเราะและส่ายหน้าเป็นเชิงปฏิเสธทำให้คนชี้ชวนเริ่มจะงอน

“ไม่มีอะไรถูกใจบ้างเลยเหรอ”

“ก็ดูแต่ละอย่างสิ อันโน้นก็แพง อันนี้ก็หวานซะ...ทำยังกับไม่เคยซื้อของให้แฟนไปได้” คนพูดส่ายหน้าขำๆทำให้ชายหนุ่มเลิกคิ้ว พูดเสียงสูง

“สร้อยนั่นก็ออกจะสวยสมราคา ตุ๊กตานั่นก็น่ารักจะตาย ทำไมคุณไม่ชอบล่ะ”

“ชอบ...แต่ของขวัญน่ะมันไม่ได้ขึ้นอยู่กับราคา มันขึ้นอยู่กับความเหมาะสมหรือความตั้งใจของคนให้”

“ก็ผมตั้งใจออก” ชายหนุ่มทำเสียงแข็งขัน

“ฉันรู้....ไม่งั้นคุณไม่ชวนฉันออกมาหรอก”

“งั้นคุณเลือกมาเลยดีกว่า ผมเลือกไม่ถูกแล้ว” คนพูดมองของในร้านต่างๆรอบๆตัว และทำท่าจะมองเลยมายังคนที่ยืนหลบมุมอยู่ข้างป้ายโฆษณาริมถนนด้วยทำให้ร่างเล็กที่เดินตามมาตั้งแต่ต้นทางหลบวูบ

“นี่คือวิธีการซื้อของให้แฟนคุณเหรอ? ไม่เอาหรอก คุณเป็นคนให้ คุณเลือกเองสิ” หญิงสาวบอกปัดแต่ดวงตาเป็นประกายขำขันทำให้อีกฝ่ายยู่หน้า

“เรื่องมากจัง”แต่ถึงชายหนุ่มจะพูดแบบนั้น เขาก็ยังคงเดินมองหาของที่ต้องการต่อไปโดยมีหญิงสาวเดินตามยิ้มๆคนที่แอบมองจากมุมเสาเบ้ปาก

หึ....เล่นตัวจังนะหล่อน

มีความสุขละสิ เดินตามผู้ชายมาเลือกของขวัญให้ตัวเองเนี่ย

รยออุคมองภาพตรงหน้าอย่างขัดเคือง ตาซาละเปาบ้า เห็นแบบนี้วันอื่นจะไม่หงุดหงิดเท่านี้เลย (เหรอ?) แต่มาทำแบบนี้ในวันเกิดเขาเนี่ยนะ

โอ๊ย.....อยากฆ่าคน!!! >////<

ถ้าเขายังยืนอยู่ตรงนี้ต่อไป รยออุคคงเลือกทำได้แค่สองอย่างคือวิ่งเข้าไปบีบคอเยซองหรือไม่ก็บีบคอแม่สาวคนนั้นให้ตายคามือไปแน่ๆ

ขาเรียวก้าวถอยหลังกลับช้าๆ ดวงตากลมใสเป็นประกายวับมองคนที่เดินไม่รู้เรื่องรู้ราวอยู่ข้างหน้าอย่างตัดพ้อ

วันนี้วันเกิดผมนะ พี่จำได้มั้ย? พี่เคยสนใจรึเปล่า?

ร่างเล็กเกือบจะหันหลังกลับไปเต็มตัวแล้วเมื่อเสียงห้าวๆดังขึ้น

“นี่ไง! นี่แหละอันนี้เลย! คุณว่าดีมั้ย? คุณชอบรึเปล่า?” เสียงถามอย่างตื่นเต้นนั้นทำให้คนตัวเล็กอดไม่ได้ที่จะหันกลับไปมอง...แล้วก็ต้องอึ้ง

กล่องดนตรีรูปเปียโนขนาดใหญ่ทำจากคริสตัลทั้งอันเป็นประกายสะท้อนแสงแดดอยู่ในอุ้งมือใหญ่ เสียงเพลงหวานจากลานที่ถูกไขดังกังวาน

...เสียงของยามเช้าปลุกให้ฉันตื่นขึ้นมาเพื่อกระซิบบอกกับเธอคนที่นอนอยู่ในอ้อมแขน...ว่าฉันรักเธอ...

 รยออุคเม้มปากจนเป็นเส้นตรง ดวงตาเป็นประกายวับกระพริบถี่เพื่อไล่หยาดน้ำที่เริ่มจะเอ่อคลอหน่วยตาไม่กี่วันก่อนนี้เองที่เสียงห้าวๆร้องเพลงนี้ให้เขาฟังพร้อมกับยิ้มใส่ตาคนฟังที่นอนหนุนแขนอยู่เคียงข้าง

...นอรึล ซารังแฮ...

...ฉันรักเธอ...

ร่างเล็กจ้อยกลับหลังหันออกวิ่ง แต่ความรีบร้อนบวกกับความไม่มั่นคงทางจิตใจทำให้ถลาไปชนของที่อยู่บนแผงขายของข้างทางร่วงกราว

“เดินระวังหน่อยสิ!!” เสียงคนขายของตะโกนลั่นด้วยความไม่พอใจทำให้คนทั้งถนนหันไปมอง ในวินาทีนั้น รยออุคไม่คิดจะเป็นคนดีเก็บของให้แต่กลับกล่าวคำขอโทษลวกๆแล้ววิ่งจากไปทิ้งให้ชายหนุ่มที่มองตามขมวดคิ้ว

“รยออุค?”

 เยซองหอบช่อดอกไม้และกล่องของขวัญเดินเข้ามาในบ้านอย่างอารมณ์ดี ชายหนุ่มทักทายสมาชิกร่วมบ้านอย่างร่าเริงโดยไม่ได้สังเกตความวุ่นวายและความตึงเครียดที่ก่อตัวขึ้นในบ้าน

“หวัดดีทุกคน” เสียงทักทายที่ดังขึ้นทำให้คนในบ้านทั้งหมดลุกพรวดขึ้นพร้อมกัน

“พี่เยซอง!” ซองมินวิ่งหน้าตั้งเข้ามาหาพี่ชาย

“รยออุคล่ะ?” เสียงถามของคนเพิ่งกลับเข้ามากับคนอยู่บ้านดังขึ้นพร้อมกัน ก่อนที่ทั้งสองฝ่ายจะทำหน้าเหวอ

O_o

“ไม่ได้อยู่กับพี่เหรอ?”

“ไม่ได้อยู่บ้านเหรอ?”

“แล้วไปไหนล่ะ?” 

 “นี่นาย.....” เยซองมองหน้าน้องชาย ความเครียดเริ่มก่อตัวขึ้นในสมอง ซองมินมองหน้าพี่ชายอย่างกระวนกระวายเช่นกัน

“ผมออกไปข้างนอกกับคยู กลับมาอีกครั้งเห็นห้องเปิดแต่รยออุคไม่อยู่ก็คิดว่าไปอยู่กับพี่อีทึกข้างบนเลยไม่ได้สนใจ จนพี่อีทึกลงมาหาถึงรู้ว่าน้องไม่อยู่”

“แล้วรยออุคไปไหน?” คำถามนั้นของเยซองไม่ได้รับคำตอบ นอกจากอีทึกที่มองหน้าน้องชายแล้วบอกว่า

“ฉันคิดว่าเขาออกไปกับนาย ก็เห็นว่าวันนี้วันเกิดเขา นายคงพาไปกินอะไรที่ไหน” เยซองส่ายหน้า

“ผมออกไปซื้อของขวัญ....” คนพูดชะงัก นึกถึงร่างเล็กที่ชนแผงขายของแล้ววิ่งหนีไปได้

ของขวัญวันเกิด....หรือว่าคนที่เขาเห็นที่ร้านขายของเมื่อกี้...

.“ชิบหาย!!! ชายหนุ่มที่พูดจาดูดีที่สุดในวงรองจากซีวอนสบถลั่นจนคนทั้งบ้านหันมามองอย่างไม่เชื่อหู แต่ไม่ทันใครจะว่าอะไรเยซองก็เผ่นพรวดออกจากบ้านไปอีกรอบ ทิ้งให้คนทั้งบ้านอ้าปากค้าง

“เฮ้ย!!!  

 

สถานีโทรทัศน์ SBS

แย่ที่สุดในโลก!!!

วันเกิดปีนี้เป็นวันที่แย่ที่สุดในโลก!!!

ฮึ!!!

เคร้ง!!!!

มือเรียวกระแทกคีย์เปียโนอย่างแรงแล้วกดย้ำๆอยู่อย่างนั้นเพื่อระบายอารมณ์แต๊ง

 ! แต๊ง! แต๊ง! แต๊ง! แต๊ง! แต๊ง! แต๊ง!

[ปิ๊งป่อง]

เสียงข้อความจากโทรศัพท์ดังขึ้นข้างตัวทำให้คนที่กำลังประทุษร้ายเปียโนอยู่เอื้อมมือไปเปิดอ่าน

[พี่เยซองของเค้า] เล่นเพลงอะไรอยู่นะ ไม่เห็นเพราะเลย

คนอ่านข้อความเงยหน้าขึ้นมองซ้ายมองขวาหาตัวคนส่งที่ต้องอยู่ไม่ไกลแถวๆนี้แน่ๆ แต่เมื่อมองไม่เห็นจึงพิมพ์ตอบกลับไป

[อุคกี้ที่รัก] ใครใช้ให้ฟังล่ะ

คนส่งรอไม่ถึงอึดใจ ข้อความใหม่ก็เข้ามาอีกครั้ง

[พี่เยซองของเค้า] เสียงดังขนาดนั้น ไม่ฟังก็ต้องได้ยินอยู่ดี

[อุคกี้ที่รัก] ไปให้ไกลๆสิ จะได้ไม่ต้องได้ยิน

[พี่เยซองของเค้า] ไปไกลได้ไง เค้าอยากอยู่ใกล้คนรักเค้านี่

คนอ่านข้อความจ้องข้อความสุดท้ายจนตาแทบหลุด ก่อนแค่นเสียงในคอ

“ฮึ”

แล้วก็วางโทรศัพท์ไว้ข้างตัวก่อนรัวมือใส่คีย์เปียโนอีกรอบ

แต๊งๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

[ปิ๊งป่อง]

[พี่เยซองของเค้า] เล่นแบบนั้นไม่เพราะหรอก ฟังเพลงนี่ดีกว่าจะเล่นให้ฟัง

O_o???

[ปิ๊งป่อง]

[ข้อความมัลติมีเดีย]

[พี่เยซองของเค้า] อาชิมเม โอนึล โซรีเอ มุลดึก ชามยอนซอ เกโย...เนพุมเม จัมดึล นอเยเก โว โว อู  โว อู โว นอรึล ซารังแฮ....[เสียงของยามเช้าปลุกให้ฉันตื่นขึ้นมาเพื่อกระซิบบอกกับเธอคนที่นอนอยู่ในอ้อมแขน...ว่าฉันรักเธอ...]

เสียงห้าวๆจากโทรศัพท์ในมือดังมากกว่าที่ควรจะเป็น รยออุคเงยหน้าจากจอมือถือแล้วก็มองเห็นคนที่เดินร้องเพลงเข้ามาในห้อง มือข้างหนึ่งถือช่อดอกไม้ช่อโตที่เขาเห็นเมื่อเช้า...และแน่นอน....ในมืออีกข้างนั้น....

กล่องดนตรีคริสตัลรูปแกรนด์เปียโนวางอวดโฉมอย่างสง่างาม

มือใหญ่ฉวยมือเล็กของคนที่ยืนอึ้งอยู่มาดึงโทรศัพท์ออกแล้ววางกล่องดนตรีขนาดใหญ่ลงไปแทนก่อนจะเอื้อมมือไปขยี้ผมคนตัวเล็ก

“สุขสันต์วันเกิด...” เสียงบอกอ่อนโยนนัก รอยยิ้มอบอุ่นกระจายทั้งปากและตาทำให้รยออุคลืมความน้อยอกน้อยใจทุกสิ่งอย่างลงไปโดยฉับพลัน

“พี่เยซอง...ให้เค้าเหรอ?” คนถามยังงงหน่อยๆ...ก็เพิ่งเศร้าอยู่เมื่อกี้ จะให้เปลี่ยนอารมณ์ได้เร็วทันใจเหมือนเปลี่ยนช่องทีวีได้ยังไงกัน

“ชอบมั้ยล่ะ”คนตัวเล็กมองของในมือสลับกับหน้าคนให้...ที่ย่องออกจากบ้านไปแต่เช้า แล้วไปเที่ยวเดินกับสาวอื่นให้เขาเข้าใจผิดเล่นนี่ก็เพื่อจะซื้อเจ้าสิ่งนี้มาให้เขางั้นเหรอ?

“ชอบฮะ” รยออุคพยักหน้า มือลูบคลำกล่องดนตรีอย่างถูกใจก่อนจะเงยหน้ายิ้มให้คนตรงหน้า

“ขอบคุณฮะพี่เยซอง”

“สุขสันต์วันเกิดนะ...นายตัวเล็ก” เยซองคว้าคอร่างจ้อยมากดให้ศีรษะกลมๆแนบกับไหล่แล้วก้มลงถาม

“เราไม่อยากรู้เหรอว่าพี่ได้กล่องดนตรีนี่มาได้ยังไง?”

“หึ” หัวกลมๆส่ายดุ๊กดิ๊ก ท่าทางไม่สนใจจะคาดคั้นเอาคำตอบใดๆนอกจากง่วนอยู่กับการเล่นของขวัญในมือ เสียงดนตรีหวานใสดังกรุ๋งกริ๋ง

เขาจะต้องอยากรู้อะไรอีกล่ะ ในเมื่อเขาได้รู้ทุกอย่างแล้ว

ทุกๆการกระทำ ทุกๆคำพูด รวมถึงบทเพลงจากกล่องดนตรีที่กำลังเล่นเพลงกังวานหวาน

นอรึล ซารังแฮ

. 

. 

. 

. 

.

The End

ถ้าจะถาม ว่าทำไมรยออุคไม่วีน หรือไม่ถาม แล้วทำไมพี่เยซองของเราถึงไม่อธิบาย ก็จะตอบว่า เรื่องบางอย่างที่มันจบลงด้วยดีแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องไปรื้อฟื้น ขุดคุ้ยขึ้นมาอีก

เพราะท้ายที่สุด น้องอุคกี้ของเราก็รู้เรื่องทั้งหมดอยู่แล้วใช่มั้ยล่ะ 

ปล. ช้าไปมาก.....สำหรับฟิควันเกิด...คนเรานะ อวยพรน้องก็ช้า แถมแต่งฟิคให้ก็ช้าอีก - -" ยังไงก็ปลงๆกับความดีเลย์ของนูน่าด้วยนะจ๊ะที่รัก

แฮปปี้เบิร์ธเดย์ย้อนหลังไปหลายยยยยยยยยยยย.....วัน.....แต่ขอให้น้องมีความสุขเพิ่มขึ้นเป็นหลายเท่าของจำนวนวันที่พี่ดีเลย์นะคะ